> SET > IVL

19 สิงหาคม 2020

IVLพร้อมกลับมา ชูสินค้าเส้นใยโต ยันการเงินแกร่ง

โตโยโบ-IVL ตั้งบ.ร่วมทุน สร้างโรงงานผลิตเส้นด้ายถุงลมนิรภัยแห่งใหม่


IVL เตรียมปิดโรงงานบางส่วนชั่วคราวในสหรัฐ ป้องกันพายุเฮอริเคน Laura


ทันหุ้น –สู้โควิด –IVL มั่นใจผลงานครึ่งหลังดีกว่าครึ่งปีแรกตามภาวะเศรษฐกิจโลก หนุนธุรกิจ PET และธุรกิจเส้นใยฟื้นตัวได้ดี หนุนภาพรวมทั้งปีขยายตัวได้ ย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง หลังสามารถลดต้นทุน-ค่าใช้จ่าย-สินค้าคงคลังได้ดี ไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ พร้อม ประกาศรุกธุรกิจรีไซเคิลเต็มสูบ มองมีศักยภาพขยายตัวสูงในอนาคต


นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า คาดการณ์ผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2563 จะขยายตัวได้ดีกว่าในช่วงครึ่งแรก ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ประกอบกับประชาชนจะยังคงเพิ่มการรักษาสุขอนามัยของตนเองท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  จึงจะหันมาเดินทางด้วยรถยนต์มากกว่าการโดยสารรถในระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยหนุนผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจเส้นใย (Fiber) ในกลุ่มยานยนต์, MTBE,  และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle)


ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ PET (Integrated PET) รวมถึงธุรกิจเส้นใย (Fiber) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขอนามัย อาทิหน้ากากอนามัย, กระดาษเปียกสำหรับทำความสะอาด ฯลฯ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 80% ของกลุ่มผลิตภัณฑ์จะยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งตามกระแสรักสุขอนามัยของประชาชนในสังคม ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถขยายตัวได้ถึง 5% ต่อปีในอ

นาคต


*เดินหน้าลดต้นทุน-ค่าใช้จ่าย


พร้อมกันนี้ย้ำว่าบริษัทยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่ 9.6 พันล้านบาท โดยบริษัทยังคงได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ส่งผลให้ Net Working Capital ลดลงโดยเฉพาะรายการสินค้าคงเหลือ และมุ่งเน้นการเรียกเก็บหนี้ ทำให้ลูกหนี้การค้าปรับลดลง ประกับกับบริษัทไม่มี ทั้งนี้ ด้วยการไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เนื่องจากโครงการซ่อมบำรุงโรงงานในธุรกิจ PO/MTBE เสร็จสิ้นลงแล้ว ทำให้คาด IVL สามารถจ่ายคืนหนี้ได้ ซึ่งจะส่งผลดีให้ต้นทุนการเงินลดลงอีก


สำหรับโครงการควบคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่าย (Olympus) ซึ่งบริษัทตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายปี 2563 ให้ได้ 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกานั้นในช่วงครึ่งแรกของปี สามารถลดจ่าใช้จ่ายลงได้ 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว


ขณะที่การเข้าซื้อกิจการ Spindletop และการเริ่มดำเนินงานของโรงงานก๊าซแครกเกอร์ใน Lake Charles ไม่ได้สร้างผลกำไรตามแผนงานธุรกิจที่วางไว้ แต่ด้วยงบการเงินที่แข็งแกร่ง และความเหมาะสมทางกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์ที่มีก๊าซเป็นวัตถุดิบ ช่วยส่งเสริมการควบรวมธุรกิจ MEG ตามกลยุทธ์ของบริษัท และที่สำคัญการเข้าสู่ธุรกิจที่มีการเติบโตทั้งสารลดแรงตึงผิว เชื้อเพลิงเขียว และยูรีเทน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจของบริษัทมีความหลากหลาย สร้างการเติบโตในระยะยาว


ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายของกิจการ Lake Charles cracker ซึ่งถูกฟ้าผ่าและอาจใช้เวลา 3-4 เดือนในการฟื้นตัว อย่างไรก็ตามมีการประกันภัยครอบคลุมกำไรที่หายไปในบางส่วน


*รุกธุรกิจรีไซเคิลเต็มที่


สำหรับการบริษัทเข้าซื้อกิจการบริษัท IMP Polowat ในประเทศโปแลนด์ ถือเป็นการรุกเข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิลของบริษัท เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรโลก จะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการขยายตัวสูงมากในอนาคต  ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผน

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X