WHAUP เคาะช่วงราคาไอพีโอ 25.25-26.25 บาท ระดมเงินสยายปีกโรงไฟฟ้า

223

ทันหุ้น – WHAUP เคาะช่วงราคาไอพีโอราว 25.25-26.25 บาท เปิดจองวันที่ 22-24 มีนาคมนี้ หวังระดมเงินสยายปีกโรงไฟฟ้าเพิ่ม คาดเข้าเทรด SET ได้ช่วง 10 เมษายนนี้ ซีอีโอ “วิเศษ จูงวัฒนา” เล็งทุ่มงบ 1.8 พันล้านบาท ผุดโรงไฟฟ้า SPP เพิ่ม 6 แห่ง ดันกำลังผลิตให้พุ่งแตะ 540 เมกะวัตต์ในปี 2562 ส่วนปี 2560 วางเป้าผลงานโตต่อเนื่อง อานิสงส์ได้กำลังไฟฟ้าใหม่หนุน

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 295.50 ล้านหุ้น ไว้เบื้องต้นที่ราว 25.25 – 26.25 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นสามัญเดิมของ WHA ที่เป็นผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 6 มีนาคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นของ WHA (Record date) จองซื้อในวันที่ 22 – 24 มีนาคม 2560 และสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่เป็นผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และผู้มีอุปการคุณของบริษัทจองซื้อในวันที่ 22 – 24 มีนาคม และ 27 – 28 มีนาคม 2560

โดยผู้จองซื้อนั้นจะต้องชำระเงินค่าจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญในเบื้องต้นที่ราคา 26.25 บาทต่อหุ้น หากราคาเสนอขายสุดท้าย (Final price) ต่ำกว่าราคาจองซื้อที่ 26.25 บาท ทางบริษัทจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างของราคาจองซื้อและราคาเสนอขายสุดท้าย (Final price) ให้กับผู้จองซื้อภายในระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด ซึ่งเชื่อคงสรุปราคาไอพีโอที่ชัดเจนได้ปลายมีนาคมนี้ และน่าจะสามารถเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ช่วง 10 เมษายน 2560

ขณะเดียวกันทาง WHAUP ได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย อีกทั้งมีบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้

นายวิเศษ กล่าวว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 6 โรง และที่เหลือคงใช้สำหรับชำระคืนหนี้ให้กับทางสถาบันการเงินเพิ่มเติม เพื่อทำให้อัตตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ปรับลดลง

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนทุ่มเงินลงทุนราว 1.8 พันล้านบาท เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 6 โรง คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 190 เมกะวัตต์ จาก ณ สิ้นปี 2559 ที่บริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 350 เมกะวัตต์ โดยเบื้องต้นคาดจะมีโรงไฟฟ้า SPP ที่กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มทยอยเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้า (COD) ในปีนี้ราว 4 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตรวม 130 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการ SPP ที่เหลืออีก 2 จะทยอยเปิดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561-2562 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี หากทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้น่าจะกลายเป็นปัจจัยทื่้ช่วยสนับสนุนให้กำลังผลิตของไฟฟ้าของบริษัทขยับ เพิ่มเป็น 480 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2560

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น ธุรกิจการผลิตน้ำและบำบัดน้ำเสียประมาณ 60%, โรงไฟฟ้าราว 40% ซึ่งในระยะยาวหากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นไปตามที่วางไว้น่าจะทำให้ตัวเลขรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าขยับเพิ่มเป็น 60-70%, ธุรกิจผลิตน้ำและบำบัดน้ำเสียอยู่ที่ 30-40%

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการลงทุนโครงการระบบติดตั้งเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (รูปท็อป) ของคลังสินค้าต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ซึ่งมีขนาดพื้นที่บนหลังคากว่า 2 ล้านตารางเมตร คิดเป็นความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 150 เมกะวัตต์ เพื่อขยายช่องทางสร้างรายได้ของธุรกิจเพิ่มเติม คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนในปี 2561 เป็นต้นไป

สำหรับผลประกอบการปี 2560 บริษัทประเมินน่าจะยังสามารถเติบโตต่อเนื่องจากปี 2559 เนื่องจากธุรกิจจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SPP แห่งใหม่เข้าเสริม ประกอบกับแนวโน้มความต้องการน้ำของโรงงานต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าว: นฤพล กิตติสหนิยม
เรียบเรียง:กษมน พงษ์ธานี