WHAUP นับถอยหลัง เข้าตลาดฯ เสริมความแข็งแกร่งให้ WHA

74

ทันหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส จำกัด(มหาชน) รายงานบทวิเคราะห์หุ้น WHA ว่า ประเด็นสำคัญระยะสั้นพุ่งเป้าไปที่การนำบริษัทย่อย WHAUP ซึ่งประกอบธุรกิจสาธารณูปโภคและโรงไฟฟ้าเข้าตลาดฯ โดยปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงการขาย IPO (กรอบราคาขาย 25.25-26.25 บาทโดยจะทราบราคาแน่นอน 29มี.ค.) คาดเข้าเทรด 10 เม.ย. นอกจากจะช่วย Unlock Value ธุรกิจ Recurring Income แล้ว ยังทำให้ WHA ได้รับเงินเข้ามาราว 6 พันล้านบาท ส่วนใหญ่ 5 พันล้านบาทจะถูกนำไปชำระคืนหนี้ ขณะที่การนำหุ้นส่วนที่ถืออยู่ 104.5 ล้านหุ้นมาขาย IPO จะไม่สามารถรับรู้กำไรผ่านงบกำไรขาดทุนได้เพราะฐานะ WHAUP ยังเป็นบริษัทย่อยของ WHA แต่จะรับรู้กำไรเข้าส่วนผู้ถือหุ้นโดยตรงพร้อมกับเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ ทำให้ฐานทุนใหญ่ขึ้น โดยรวมจะทำให้ฐานะการเงิน WHA แข็งแกร่งขึ้นมาก โดย Gearing Ratio ลดลงเหลือ 1.3x เทียบสิ้นปี 2559 ที่ 1.9x

แม้ขายสินทรัพย์เข้า REIT ลดลงมาก แต่เชื่อรักษาระดับกำไรให้เติบโตได้เล็กน้อยในปีนี้

ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2560 ที่ 3.06 พันล้านบาท เติบโต 5.5% YoY จากฐาน New High โดยถึงแม้แผนขายสินทรัพย์เข้า REIT ปีนี้จะน้อยลงเป็น 4.6 พันล้านบาทแต่จะถูกชดเชยจากส่วนอื่นๆได้แก่ 1) การโอนฯนิคมซึ่งคาดไว้ที่ 1 พันไร่เทียบกับปีที่แล้ว 520 ไร่ โดยสัดส่วนครึ่งนึงถูก Secured ไว้แล้วหลังขายที่ดินล็อตใหญ่ให้กับ Continental 473 ไร่ เมื่อต้นปี พร้อมโอนฯภายในปีนี้ 2) การเติบโตของ Recurring Income โดยมีโรงไฟฟ้าทยอย COD เพิ่มในปีนี้อีก 128.8 MW และ 3) คาดดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท หลังปฏิบัติตามแผนชำระหนี้ซื้อ HEMRAJ เสร็จสมบูรณ์

ได้รับอานิสงค์บวกสูงสุดจาก EEC และจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคลัสเตอร์ Aerospace

เชื่อว่า WHA เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) เพราะนอกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มสิทธิประโยชน์ภาษี จะส่งผลดีต่อ Presales นิคมฯระยะยาวแล้ว WHA ยังมีส่วนสำคัญในการวางแผนร่วมกับทหารเรือเพื่อพัฒนาคลัสเตอร์การบินที่สนามบินอู่ตะเภา เปิดโอกาสเข้าไปสร้างอาคารให้เช่าสำหรับกิจกรรมซ่อมบำรุง และ Air Cargo ได้

ราคาหุ้นไม่ตอบสนองต่อปัจจัยบวกรอบด้านเท่าที่ควร แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว

FV อิง SOTP อยู่ที่ 3.60 บาท มี Upside 20% โดยฝ่ายวิจัยมองว่า WHA มีปัจจัยบวกหลายประการ และ Div Yield ปี 2559 สูง 5% (XD 4 พ.ค. 60) ขณะที่ราคาหุ้น Laggard สุดในกลุ่มฯ แนะนำ ”ซื้อ”

ที่มา:บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส จำกัด(มหาชน)

เรียบเรียง:กษมน พงษ์ธานี