TKN เดินตามแผนปี 67 รายได้แตะหมื่นล้าน

337

ทันหุ้น – TKN เดินตามแผนปี 2567 รายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท แย้มโรงงานใหม่จ่อเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ ภายใน ก.พ.-มี.คนี้ พร้อมตั้งตัวแทนจำหน่ายในจีนเพิ่ม วางเป้า 2-3 ปี ศึกษาแผนสร้างโรงงานในต่างประเทศ เล็ง จีนที่แรก เตรียมแผนโรดโชว์ในเอเชีย-ยุโรป ดันสัดส่วนถือหุ้นเพิ่ม จากปัจจุบันถือเพียง 5-6%

 

นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ ปี 2567 แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเติบโตมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการร่วมทุนต่างๆ ซึ่งบริษัทก็ได้มีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด ซึ่งในช่วง 2-3 ปีนี้บริษัทยังคงให้ความสนใจในธุรกิจสาหร่ายก่อน เพราะยังมีโอกาสการเติบโตได้ในระดับที่ดี

ทั้งนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้ บริษัทมีแผนจะมีการเปิดใช้โรงงานแห่งใหม่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฟสแรก กำลังผลิตประมาณ 2 พันตันต่อปี ทั้งนี้โรงงานดังกล่าวโดยมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 6 พันตันต่อปี คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานแล้วเสร็นในช่วง 2-3 ปี จากนี้ โดยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 730 ล้านบาท โดยปีนี้จะใช้เงินลงทุนที่ 300 ล้านบาทเพื่อสำหรับซื้อเครื่องจักร

นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้คาดเติบโต 20% แบ่งเป็นในประเทศ 43 % และอีก 57 % มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนเป็นหลัก รองลงมาคือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทมองว่าสัดส่วนยอดขายในจีนจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีหากยอดขายในต่างประเทศสามารถเติบโตดี้บริษัทในช่วง 2-3 ปีจากนี้บริษัทก็อาจจะพิจารณาตั้งโรงงานในต่างประเทศ ซึ่งจีนมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะมียอดขายสูงสุด แต่การลงทุนอาจจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่มที่มีความชำนาญและมีฐานลูกค้าที่นั่น พร้อมกันนี้ในปีนี้บริษัทยังพิจารณาที่จะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายที่จีนจากปัจจุบันมีอยู่ 2 ราย

“เรายังคงแผนปี ยอดขายปี 67 แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตของเรามาจากทั้งธุรกิจหลัก ตอนนี้เราก็มีการขยายโรงงาน ซึ่งทำให้หากโรงงานเสร็จเราจะมียอดขายถึง 8 พันล้านบาท ซึ่งการที่ยอดขายจะแตะ 1 หมื่นล้านบาทบริษัทอาจจะต้องมีการร่วมทุนกับพันธมิตรด้วยก็มีการเข้ามาเจรจาต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้มีความชัดเจนอะไร ซึ่ง2-3 ปี นี้บริษัทก็จะเน้นที่สาหร่ายก่อน”นายจิระพงษ์กล่าว

สำหรับราคาต้นทุนสาหร่ายที่ขณะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นซึ่งอาจจะกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการโดย บริษัทก็ได้มีการเจรากับซัพพลายเออร์เพื่อให้มีสินค้ามารองรับ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะราคาสามารถปรับตัวสูงขึ้นมามากจาก 5-8 % เป็น 12-15 % โดยประเทศหลักที่บริษัทมีการนำเข้าสาหร่ายคือประเทศ เกาหลี 80-90 % รองลงทุนก็จีนและญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมเดินทางไปนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน(โรดโชว์) 3 ครั้ง ในต่างประเทศ โดยจะเน้นในโซนเอเชีย และยุโรป โดยคาดว่าผลจากการโรดโชว์จะส่งผลให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นเพิ่มเติมทั้งนี้ปัจจุบันที่มีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ประมาณ 5-6% ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ที่ 2-3% นอกจากนี้ยังมีโรดโชว์ในประเทศร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อีกด้วย

สำหรับราคาหุ้นของบริษัทที่มีการปรับตัวเพ่มขึ้นสูงมองว่าหุ้นของบริษัทเป็นหุ้นที่มีการเติบโต และแบรนด์ของบริษัทถือว่ามีสตอรี่รวมไปถึงผู้บริหารที่อายุยังน้อยทำให้ยังมีโอกาสที่จะพาบริษัทประสบความสำเร็จได้อีกมาก ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะแบรนด์ระดับโลกในอนาคต

 

 
โดย : เกศรินทร์ สำแดงภัย
เรียบเรียง : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์