TISCO คาดสินเชื่อปี 60 ทรงตัว-ตั้งสำรองลดลง หวังผลงานฟื้นตาม ศก.

35

ทันหุ้น – TISCO มองสินเชื่อปีนี้ทรงตัว แต่มั่นใจไม่ติดลบเหมือนปี 59 ที่หดตัว 5.6 % ไม่รวมการเข้าซื้อพอร์ตรายย่อย SCBT หวังเอ็นพีแอลทรงตัวจากปีก่อน ที่ 2.5 % แย้มมีโอกาสตั้งสำรองลดลง มองจีดีพีทั้งปีโต 3-3.5 % จากปีก่อนที่ 3.2 %

 

นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้ที่บริหาร กลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อปี 2560 ในเบื้องต้นคาดว่าจะทรงตัว หรือ ไม่ติดลบ จากปี 2559 ที่หดตัวไป 5.6% ซึ่งเหตุผลใหญ่มาจากยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัวมา 5 ปี โดยยังไม่รวมการเข้าซื้อพอร์ตลูกค้ารายย่อย(Retail Banking) จากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์ด(ไทย) ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยการควบรวมดังกล่าวจะช่วยให้เพิ่มขนาดฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร และช่องทางการให้บริการที่ครอบคลุมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

“สินเชื่อปีนี้ของเราน่าจะส่งตัวจากปีก่อนแต่น่าจะไม่เห็นการติดลบเหมือนปีที่ผ่านมาที่ติดลบ 5.6% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัวส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อรถน้อยลงไปบ้างแต่แผนดังกล่าวยังไม่รวมกับพอร์ตลูกค้าอะไรย่อยจากการเข้าซื้อกิจการธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์ ซึ่งการที่เราได้ลูกค้ารายย่อยเข้ามาก็จะส่งผลให้พอร์ตรายย่อยของเรามีผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นครบวงจรส่วนลูกค้าก็ถือว่าเป็นลูกค้าคุณภาพดีไม่ได้ส่งผลให้เอ็นพีแอลของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นแต่อย่างใด”นายสุทัศน์ กล่าว

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ในปีนี้ กลุ่มทิสโก้ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่มทั้งกลุ่มรายย่อย ลูกค้าธนบดีธนากิจ และลูกค้าบรรษัทด้วยการนำเสนอบริการด้านการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้า มุ่งขยายธุรกิจสินเชื่อครอบคลุมทั่วประเทศผ่านการขยายสาขาธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถภายใต้แบรนด์”สมหวัง เงินสั่งได้”และรักษาการเป็นจุดยืน”Top Advisory House” ในด้านธุรกิจธนบดีธรกิจ และการจัดการกองทุน(Wealth Management)

นอกจากนี้ยังจะมีการหาพันธมิตรและร่วมมือระหว่างสายธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า และยังมุ่งหาเทคโนโลยีมาพัฒนาและเพื่มประสิทธิภาพทางบริการการเงินในลูกค้ายุคดิจิตอล
ภายใต้การบริหารความเสี่ยงแลเการกำกับดูแลที่ดี

ขณะที่ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ปีนี้จะทรงตัว หรือ อาจลดลงได้เล็กน้อยจากปี 59 ที่อยู่ 2.54% ถึงถือว่าเป็นระดับที่ลดลงอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพราะปี 2558 ทางธนาคารมีNPL อยู่ที่ 3.23 % อย่างไรก็ดีมองว่าภาวะเศรษฐกิจ และ ยอดขายรถที่ดีขึ้น ส่งผลให้ปีนี้ธนาคารคาดว่าจะมีการตั้งสำรองที่ลดลงจากปี 59 ที่ตั้งสำรองไปมากกว่า 4 พันล้านบาท และ จากการที่ธนาคารแก้ปัญหา SSI ได้เป็นที่เรียบร้อยทำให้สัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่มิก่อให่เกิดรายได้(Coverate ratio) อยู่ที่ 139.8% ซึ่งสูงกว่าระบบที่อยู่ 130%

ด้านผลประกอบการปีนี้ธนาคารก็คาดหวังให้มากกว่าปีก่อน ซึ่งปี 2559 ที่ผ่านมาธนาคารมีกำไรสุทธิทะลุ 5 พันล้านบาทโดยเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลงจากปีก่อนหน้า โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 7.8 % จากความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักปรับตัวเพิ่มขึ้น1.6 % จากรายได้ค่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์สอดคล้องกับปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น

ประกอบกับรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์เติบโตตามการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกัน อีกทั้งกลุ่มทิสโก้ยังรับรู้รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ จากการเป็น ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ก็มีดีลที่อยู่ในแผนงานแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ชัดเจน

ด้านเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3-3.5% จากปี 2559 ที่ขยายตัว 3.2% หลังภาครัฐมีการลงทุนต่อเนื่อง และ ยอดขายรถยนต์จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 8 แสนคัน จากปี 2559 ที่อยู่ 7.7 แสนคัน อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา โดยหากปรับขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดจะส่งผลต่อเงินทุนไหลกลับสหรัฐอเมริกาและ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า ส่วนค่าเงินในเอเชียอาจจะเห็นการอ่อนค่า และ มีความผันผวน

 

 

 
โดย : เกศรินทร์ สำแดงภัย
เรียบเรียง : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์