บล.บัวหลวงชี้ TISCO แกร่งระยะยาวฐานสินเชื่อเพิ่ม -เป้า 71 บาท

17

ทันหุ้น- บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด(มหาชน) รายงานบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ TISCO  บริษัทรายงานกำไร ไตรมาสที่ 4/59 จำนวน 1.29 พันล้านบาท เพิ่ม 4% จากปีก่อนและ 3% จากไตรมาสที่แล้ว โยกำไรไตรมาสนี้ต่ำกว่าเราคาดไว้ 6.8% และจากประมาณาการตลาดที่ 2% อันเป็นผลจากกิจการยังคงเพิ่มสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจำนวน 964 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY สูงกว่าเราคาดไว้ที่เพียง 660 ล้านบาท เนื่องจากต้องการเพิ่มอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มสูงใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม สำหับกำไรจากการดำเนินงานไม่รวมค่าใช้จ่ายค่าเผื่อหนี้สูญฯ ลดลง 8% YoY และ 4% QoQ นอกจากนี้ กำไรสำหรับปี 2559 เพิ่มขึ้น 18% เป็น 5 พันล้านบาทคิดเป็น 98.3% ของประมาณการของเรา
ประเด็นสำคัญ

สินเชื่อรวมลดลง 0.7% จากไตรมาสก่อน (ลดลง 5.6% YoY) ตามคาด หากแบ่งตามประเภทสินเชื่อ สินเชื่อรายย่อย ปรับตัวลดลง 1.4% QoQ และสินเชื่อ SME ปรับตัวลดลง 9% QoQ อย่างไรก็ตาม สินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น 5.2% QoQ นอกจากนี้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับสุทธิกิจการเพิ่มขึ้น จากปีก่อน 0.36% เนื่องจากการบริหารผลตอบแทนสินทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นรวมถึงการควบคุมต้นทุนการเงินที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ TISCO ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ 946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน

กิจการมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเป็น 2.54% ในไตรมาสที่4/59 จาก 3.04% ไตรมาสก่อนหน้า หลังจากที่บริษัทประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ บริษัท สหวิริยา สตีล อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) ในไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราส่วนอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มสูงเป็น 140% ในไตรมาสนี้จาก 107% ในไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมกิจการลดลง 2% YoY และ 7% QoQ จากผลของค่าธรรมเนียมที่มาจากสินเชื่อปรับตัวลดลงมาก สำหรับด้านค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3% YoY และ 4% QoQ เป็น 1.72 พันล้านบาท และทำให้ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้กิจการปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็น 40.9% ไตรมาส 4/59 จาก 38.4% ไตรมาสก่อน และ 37.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

คาดว่าบริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1/60 เพิ่มขึ้นเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสที่ผ่านมา อันเป็นผลจากสินเชื่อที่จะปรับเพิ่มขึ้นและแนวโน้มการตั้งสำรองค่าเผื่อฯที่ลดลง

คาดว่า TISCO ยังเน้นนโยบายการควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่เข้มงวดต่อเนื่องจากปีก่อนแม้นว่าภาวะเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว ทำให้เราปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญอีก 5% ในปี 2560 เป็น 3.7 พันล้านบาทและ อีก 5.3% ในปี 2561 เป็น 4.0 พันล้านบาท ส่งผลให้เราลดประมาณการกำไร TISCO ปีนี้ลง 2% เป็น 5.6 พันล้านบาทและปี 2561 ลง 4.6% เป็น 6.3 พันล้านบาท และการปรับลดกำไรทำให้เราปรับราคาเป้าหมายของ TISCO ลง 4% เหลือ 71.00 บาท หรือเทียบเท่า เป้า PBV ที่ 1.6x (+0.50 ของส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน)

เชื่อว่า TISCO จะได้รับประโยนช์จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและ ยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ดีขึ้น นอกจากนี้ เราเชื่อว่า การควบรวมพอร์ตสินเชื่อกับธนาคารสแตนดาร์ชาเตอร์ (ประเทศไทย) จะช่วยทำให้สินเชื่อธนาคารโตอย่างก้าวกระโดด (ประมาณ 17%) และทำให้ธนาคารสามารถรักษาระดับการทำกำไรได้ดีต่อเนื่องอีก 2-3 ปี โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เราเชื่องว่า TISCO มีศักยภาพในการเพิ่มกำไรในปีนี้และปีหน้าให้สูงกว่าประมาณการจากการใช้ฐ่านลูกค้าใหม่ กว่า 4 แสนราย ในธนาคารสแตนดาร์ชาเตอร์ (ประเทศไทย) เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม และ การขยายฐานสินเชื่ออเนกประสงค์เพิ่มขึ้นได้อีก โดยเรายังไม่รวมศักยภาพนี้ในประมาณการของเรา สำหรับ TISCO เรายังคงคำแนะนำ ”ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาว

ที่มา: บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด(มหาชน)

เรียบเรียง:กษมน พงษ์ธานี