มาเลย์แซงหน้าไทยในการจัดอันดับวัดค่าดัชนีความสามารถในการแข่งขันท่องเที่ยว

205

ทันหุ้น – ประเทศมาเลเซียแซงหน้าประเทศไทยในการจัดอันดับวัดค่าดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ส่วนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ในฟิลิปปินส์เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13.2 ในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกในศักยภาพการเติบโตของฟิลิปปินส์ โดยยอดเงินไหลเข้าแตะระดับ 685 ล้านดอลลาร์ ในเดือนม.ค. ซึ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากประเทศเยอรมัน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

นายโกสินทร์ เจือศิริภักดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจสถาบันและการตลาดต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(หาชน) กล่าวภาวะการลงทุนต่างประเทศว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ยอดค้าปลีกในเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งลดลงจากเดือนม.ค.ที่เพิ่มขึ้น 6.3% BI ระบุว่า การซื้ออาหาร และสินค้าที่ไม่ใช่อาหารที่ลดลงทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของยอดค้าปลีกในเดือนก.พ.ชะลอตัวลง ผลสำรวจความเห็นผู้ค้าปลีก 70 รายในเมืองใหญ่ 10 เมืองคาดว่า ยอดค้าปลีกในเดือนมี.ค.จะเพิ่มขึ้น 2.6% เนื่องจากยอดขายอาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหารลดลงอีก ผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่า คาดว่าแรงกดดันด้านราคาจะเพิ่มขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า และคาดว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค.ตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นก่อนเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมที่จะเริ่มต้นในปลายเดือนพ.ค.

รมว.คลังอินโดนีเซียระบุว่า เศรษฐกิจของอินโดนีเซียอาจจะขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายทางการของรัฐบาล และจะแตะระดับ 5.2%

ขณะที่การส่งออกและการนำเข้าของอินโดนีเซียจะไม่ลดลงอีกต่อไปในปีนี้ พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณของรัฐเพื่อผลักดันให้การอุปโภคบริโภคและการลงทุนขยายตัว ตามเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดไว้ที่ 5.1% ในปีนี้ และเป้าหมายในปีหน้าอยู่ที่ 5.6% ซึ่งต้องรอการอนุมัติจากรัฐสภา นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะพยายามบริหารยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐในปีหน้าที่ 1.9-2.3% ของจีดีพี โดยงบประมาณของรัฐประจำปี 2017 ระบุว่ามียอดขาดดุลที่ 2.41% ของจีดีพี

มาเลเซีย

มาเลเซียแซงหน้าประเทศไทยในการจัดอันดับวัดค่าดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว หรือ Travel and Tourism Competitiveness ซึ่งจัดทำโดย World Economic forum (WEF) เพื่อสำรวจจากราคาค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย ความสะอาด จาก 136 ประเทศ มาเลเซียจัดว่าอยู่ในอันดับที่ 26 ขณะที่ประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 34 หากวัดจาก 9 ประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์นำเป็นอันดับ 1 และมาเลเซีย เป็นอันดับ 2 ตามด้วยย ไทยและอินโดนีเซีย รายงานเผยเพิ่มเติมว่า มาเลเซียจะขยับดีขึ้นด้านการท่องเที่ยวโดยการมุ่งเห้นความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยการลงทุนพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวและให้ความสำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรม รวมไปถึงการสงวนและรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งนี้ เมื่อปี 2016 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 25ล้านราย มีรายได้เข้าประเทศประมาณ 8 หมื่นล้านริงกิต

สิงคโปร์

นักวิเคราะห์หลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ปรับตัวเลขการคาดการณ์ปี 2017 ขึ้นแต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและการเป็นผู้นำประเทศสหรัฐของนาย Donald Trump โดยการคาดการณ์ของสิงคโปร์ประจำปี 2017 การเติบโตของเศรษฐกิจปรับตัวขึ้น 0.5 จุด สู่ระดับ 2.2% เนื่องจากความต้องการของต่างประเทศทำให้สิงคโปร์มีการส่งออกที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของสิงคโปร์อาจมีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจภายในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้า จากปัจจัย 3 ประการหลัก คือ การปรับขึ้นภาษีเนื่องจากประเทศที่นำเข้าสินค้ามีนโยบายปกป้องทางการค้าหรือกีดกันทางการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และ การเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงานของประชากร

ฟิลิปปินส์

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ในฟิลิปปินส์เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13.2 ในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกในศักยภาพการเติบโตของฟิลิปปินส์ โดยยอดเงินไหลเข้าแตะระดับ 685 ล้านดอลลาร์ ในเดือนม.ค. ซึ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากประเทศเยอรมัน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น และส่วนใหญ่ลงทุนในภาคไฟฟ้า ก๊าซ การก่อสร้าง ภาคค้าส่งและค้าปลีก รวมไปถึงภาคการเงิน ทางด้านธนาคารกลางฟิลิปปินส์คาดว่า FDI จะแตะระดับ 7 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ จากการที่รัฐบาลของนายดูเตอร์เตระบุว่าจะผลักดันการใช้จ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ธนาคารโลกระบุว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเติบโตในปีนี้และปีหน้าในอัตราที่เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้เป็นอย่างมาก โดยเป็นผลจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศว่าจะปรับเพิ่มงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยในรายงานเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ฉบับล่าสุดระบุว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์อาจจะเติบโต 6.9% ในปีนี้และปีหน้า โดยปรับขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ที่ 6.2% สำหรับปี 2017-2018 ที่เคยระบุไว้ในเดือนต.ค. 2016 ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์อาจเติบโต 6.8% ในปีนี้ ส่วนธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์อาจเติบโต 6.4% ในปี 2017 และ 6.6% ในปี 2018 อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกระบุว่ามีความเสี่ยงช่วงขาลงที่เกิดจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก เพราะปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้เปโซอ่อนค่าลง ซึ่งจะส่งผลลบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อภายในประเทศพุ่งสูงขึ้น โดยในปี 2016 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโต 6.9% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 3 ปี

เวียดนาม

ธนาคารเพื่อการพัฒนาภูมิภาคเอเชีย (ADB) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามสำหรับปี 2017 นี้ โดยอัตราใหม่ที่ร้อยละ 6.5 จากเดิมอยู่ที่ร้อยละ 6.3 ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลเวียดนามซึ่งตั้งไว้ที่ร้อยละ 6.7 แต่ ADB คาดว่าเวียดนามจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ในปี 2018 เนื่องจากการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในภาคการผลิตและการบริการ ขณะเดียวกันภาคเกษตรกรรมและเหมืองแร่ยังคงสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ภาคการก่อสร้างจะได้รับประโยชน์จาก FDI จำนวนมากที่เข้ามาในประเทศโดยเฉพาะในด้านการขนส่งและพลังงาน อย่างไรก็ตาม ADB ระบุว่าเวียดนามเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างมากหากเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนามต้องพึ่งพาสภาพภูมิอากาศที่มีเสถียรภาพเหมาะกับระบบนิเวศน์ของประเทศอย่างมาก

PetroVietnam Gas Corporation (PV Gas) เปิดเผยกำไรสุทธิในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิในเดือนม.ค.ถึงเดือนมี.ค. มีมูลค่าถึง 1.476 ล้านล้านดอง (65 ล้านเหรียญสหรัฐ) แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 7% ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้ในปี 2016 PV Gas มีกำไรสุทธิลดลง 14% อยู่ที่ระดับ 7.17 ล้านล้านดอง เนื่องจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบโลกกว่า 15% ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลเวียดนามวางแผนที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงในปีนี้ และเริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเศรษฐกิจให้มีการเติบโตที่ยั่งยืนผ่านการขยายอุตสาหกรรมน้ำมันซึ่งจะไม่พึ่งพาเพียงแค่การขุดเจาะทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น

ลาว

รัฐบาลได้ออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีข้อเสนอที่มากขึ้นเพื่อดึงดูดการลงทุนในภาคที่ได้รับการส่งเสริมและพื้นที่ที่ยากลำบาก โดยธุรกิจที่ลงทุนและดำเนินงานในพื้นที่ที่ยากลำบาก ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ได้รับการพัฒนาจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้กว่า 10 ปีตามกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้นภาษีกำไรเพิ่มอีก 5 ปีซึ่งจะทำให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งหมดเป็นเวลา 15 ปี ทั้งนี้ภาคธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริม ได้แก่ การเกษตรกรรมแบบออร์แกนิค การผลิตเมล็ดพันธุ์พืช การเพาะเลี้ยงปศุสัตว์ การแปรรูปสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม งานหัตถกรรม การศึกษา การพัฒนาบุคลากร การฝึกทักษะแรงงาน การผลิตอุปกรณ์การศึกษา โรงพยาบาลที่ทันสมัย โรงงานเภสัชกรรม การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงการรักษาและการผลิตด้วยสมุนไพร สำหรับการลงทุนในพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยกฎหมายจะยกเว้นภาษีกำไรเป็นเวลา 4 ปีและได้รับเพิ่มอีก 3 ปีส่งผลให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 7 ปี นอกเหนือจากการจูงใจทางภาษีแล้ว รัฐบาลยังได้เสนอแรงจูงใจสำหรับภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีที่ดินและสัมปทาน

กัมพูชา

บริษัท Pestech จากประเทศมาเลเซียที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคในเรื่องของพลังงาน ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อที่จะสร้างทางส่งกระแสไฟที่มีความสามารถในส่งไฟฟ้าได้ถึง 230 กิโลโวลต์ และมูลค่ากว่า 100 ล้าดอลลาร์สหรัฐ เพื่อที่จะเชื่อมต่อกับเขื่อนผลิตพลังงาน Stung Tatai ในจังหวัด Koh Kong กับกรุงพนมเปญ โดยข้อตกลงดังกล่าวได้มีการตกลงก่อนหน้านี้กับ Alex Corporation เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา และได้อนุญาตให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการทำท่อส่งความยาวกว่า 220 กิโลเมตร ที่จะตัดผ่านภูเขาในภาคใต้ นาย Victor Jona ซึ่งเป็นผู้อำนวยการทั่วไป จากกระทรวงพลังงาน (Ministry of Mines and Energy) ระบุว่า ท่อส่งของ Pestech จะเป็นท่อส่งลำดับที่สองที่จะนำส่งไฟฟ้าจากเขื่อนผลิตพลังงาน Stung Tatai และยังเชื่อต่อกับบริเวณอื่นที่ผลิตพลังงานเสริม เขื่อน Stung Tatai ได้ถูกสร้างขึ้นโดย China National Heavy Machinery Corporation โดยมีมูลค่าสูงถึง 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มต้นในการผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ปลายปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง Pestech จะรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ วิศวกรรม การผลิต การติดตั้ง การทดสอบท่อส่งของ Alex Corporation และคาดว่าโครงการนี้จะเริ่มขึ้นภายใน 3 เดือน และจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปี