Samsung บุกฐานลงทุนเวียดนาม

92

ก้าวทัน AEC – โบรกส่องภาวะลงทุนต่างประเทศโดย Samsung Display บุกฐานลงทุนในจังหวัดบัค นิง ประเทศเวียดนามเพิ่ม ส่วนเวียงจันทน์วางแผนดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นในปีนี้เพื่อเพิ่มรายได้และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

นายโกสินทร์ เจือศิริภักดี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจสถาบันและการตลาดต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศว่า  สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BPS) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปี 2016 แตะระดับร้อยละ 3.02 ในปี 2016 ซึ่งอยู่ในช่วงอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายซึ่งกำหนดโดยธนาคารกลางที่ร้อยละ 3-5 ต่อปี อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวถือเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปีที่ต่ำสุดของอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2012 ทั้งนี้ในเดือนธ.ค. 2016 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอินโดนีเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.42 เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดรายเดือนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

รัฐบาลอินโดนีเซียได้สิ้นสุดความสัมพันธ์และความร่วมมือกับ JP Morgan Chase ซึ่งเป็นธนาคารข้ามชาติและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่ หลังจากที่มีรายงานออกมาระบุว่า JP Morgan ได้สร้างความปั่นป่วนต่อความมั่นคงทางการเงินของอินโดนีเซีย โดยในเดือนพ.ย. 2016 นักวิเคราะห์กลุ่มตลาดเกิดใหม่ของ JP Morgan ได้ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของอินโดนีเซียจาก overweight สู่ underweight โดยไม่ได้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัด และการสร้างความปั่นป่วนดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าสาเหตุดังกล่าวน่าจะมาจากสถานการณ์ตึงเครียดทางเชื้อชาติและศาสนาที่เพิ่มมากขึ้นในอินโดนีเซีย

มาเลเซีย
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งระบุว่า สกุลเงินมาเลเซียริงกิตจะอ่อนค่าลงไปอีกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ การคาดการณ์การชะลอตัวของประเทศจีนในปี 2017 จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินริงกิตเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ คาดว่า ค่าเงินริงกิตจะอยู่ที่ระดับ 4.55 ริงกิตต่อดอลลาร์ ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 นอกจากนั้น การหดตัวของบัญชีเกินดุลเดินสะพัดยังมีแนวโน้มที่จะทำให้ค่าเงินริงกิตมีความเสี่ยงมากขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งความไม่มั่นใจต่อนักลงทุนเกี่ยวกับคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับ 1MDB

มาเลเซียและปากีสถานร่วมเจรจาหารือเพิ่มเติมในการปรับลดภาษีภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) เพื่อส่งเสริมธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสหลากหลายช่องทางเพื่อสนุบสนันการค้าและการลงทุน ปัจจุบันการค้าของทั้งสองประเทศจำกัดอยู่เพียงสินค้าไม่กี่ชนิด คือ น้ำมันปาล์ม ไฟเบอร์บอร์ด เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ จากประเทศมาเลเซีย และ ข้าว ข้าวโพด ผัก ผ้าฝ้าย สิ่งทอ จากประเทศปากีสถาน แต่หากมีความหลากหลายของสินค้าจะกลายเป็นส่วนผลักดันเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น

สิงคโปร์
สถาบันจัดการด้านการจัดซื้อและวัสดุของสิงคโปร์ (SIPMM) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 50.6 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มมากขึ้นของการผลิตภาคโรงงาน คำสั่งซื้อใหม่และการส่งออก

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) เปิดเผยว่า GDP ของสิงคโปร์ประจำไตรมาสที่ 4/2016 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เมื่อเปรียบเทียบรายปี ส่วน GDP ประจำปี 2016 ขยายตัวที่ระดับเดียวกันที่ร้อยละ 1.8 ด้านการผลิตประจำไตรมาสที่ 3 ปรับตัวขึ้น ร้อยละ 6.5% ซึ่งมากกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ปรับขึ้นเพียงร้อยละ 1.7 เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวขึ้นของสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิก แต่ด้านวิศวกรรมการขนส่งยังปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ตลาดแรงงานของสิงคโปร์คาดว่าจะยังคงชะลอตัวในปี 2017 เนื่องจากการเติบโตของการจ้างงานยังไม่มีความเคลื่อนไหวมากนักโดยบริษัทหลายแห่งยังคงลังเลที่จะจ้างงานเพิ่มขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ นอกจากนี้ การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เศรษฐกิจของประเทศจีน ก็เป็นปัจจัยกดดันด้วยเช่นกัน จากตัวเลขการจ้างงานของกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2016 มีพนักงานถูกให้ออกจากงานประมาณ 13,730 อัตรา ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตทางการเงินโลกปี 2009 ทั้งนี้ ภาคส่วนที่คาดว่า พนักงานจะถูกให้ออกจากงาน รวมไปถึง การค้าปลีกภาคอุตสาหกรรมการผลิต ธนาคารและการเงิน รวมไปถึงน้ำมันและก๊าส

ฟิลิปปินส์
สำนักงานสถิติของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. เนื่องจากต้นทุนอาหารและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยทั้งปียังคงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 2.6 ในเดือนธ.ค. ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และอยู่ภายในกรอบร้อยละ 2.2-3.0 ที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์คาดไว้สำหรับเดือนธ.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ในเดือนธ.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ระดับร้อยละ 1.8 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 2-4 สำหรับปี 2016-2020

ธนาคารกลางฟิลิปปินส์มีโอกาสที่จะดำเนินนโยบายเพื่อจัดการกับความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อภาวะเศรษฐกิจ และป้องกันฟิลิปปินส์จากตลาดการเงินที่ผันผวน พร้อมทั้งระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ, ทิศทางของนโยบายการเงินของสหรัฐ และนโยบายในประเทศว่าเป็นปัจจัยที่อาจจะกระทบเศรษฐกิจในปีนี้ ฟิลิปปินส์มีระบบป้องกันที่เพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบทั่วโลกและในประเทศ อย่างไรก็ตามผู้ว่าธนาคารกลางคาดว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในปีนี้จะขยายตัวได้ดีพอสมควร และรัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวราวร้อยละ 7 สำหรับปี 2016

จีนให้การสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในปีนี้ โดยปีนี้ถือเป็นการครบรอบปีที่ 50 ของการก่อตั้งอาเซียน และยังถือเป็นปีแห่งความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างจีนและอาเซียน ซึ่งจีนระบุถึงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือ และการพัฒนาระหว่างกัน ทั้งในด้านการค้าและเศรษฐกิจนอกจากนี้ ทางการจีนพร้อมที่จะผลักดันการยกระดับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างจีนและอาเซียนด้วยเช่นกัน

เวียดนาม
กิจการที่รัฐบาลเวียดนามเป็นเจ้าของ 2 แห่งได้เข้าสู่ขั้นตอนการจดทะเบียนในตลาด Upcom ของเวียดนามเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้แก่ บริษัท Vietnam Airlines ซึ่งมีจำนวนหุ้นที่ซื้อขาย 1.22 พันล้านหุ้น ที่ราคาเริ่มต้น VND 28,000 ต่อหุ้น ทั้งนี้รัฐบาลถือครองหุ้นของบริษัทคิดเป็นร้อยละ 86.16 ขณะที่สายการบิน ANA ของญี่ปุ่น ถือในสัดส่วนร้อยละ 8.77 นอกจากนี้บริษัทอีกแห่งคือ Viet Nam National Textile and Garment Group (Vinatex) โดยมีจำนวนหุ้นจดทะเบียน 500 ล้านหุ้น และราคาเริ่มต้นอยู่ที่ VND 13,500 ทั้งนี้รัฐบาลเวียดนามถือหุ้นใน Vinatex สัดส่วนร้อยละ 54 ขณะที่ Vingroup และ Viet Nam Investment Development Group ถือครองหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 24

ธนาคารกลางเวียดนามประกาศเตรียมเข้าบริหารจัดการธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งที่ขาดประสิทธิภาพภายในปี 2560 นี้ ซึ่งได้แก่ VNCB, Ocean Bank, GP Bank, Dong A Bank และ Sacom Bank ทั้งนี้ ธนาคารกลางเวียดนามได้เข้าซื้อกิจการของธนาคารพาณิชย์จำนวน 3 แห่งไปแล้ว คือ VNCB, Ocean Bank และ GP Bank ในปี 2558 เนื่องจากพบว่าธนาคารมีการบริหารงานที่อ่อนแอ มีความเสี่ยงสูง และล้มเหลวในเรื่องการหาหุ้นส่วน หรือการวางแผนปฏิรูปกิจการ นอกจากนี้ธนาคารกลางเวียดนามระบุว่า อัตราการปล่อยกู้ของสถาบันด้านสินเชื่อในเวียดนามเติบโตกว่าร้อยละ 18.7 ในปี 2559 เมื่อเทียบกับปี 2558 ขณะที่อัตราการเคลื่อนย้ายของเงินทุนเติบโตราวร้อยละ 18.4

บริษัท Samsung Display เวียดนาม ประกาศลงทุนเพิ่มในจังหวัดบัค นิง ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นจำนวนรวมถึง 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2561 เพื่อลงทุนในฐานการผลิตจอแสดงผล

ซึ่งจากการขยายขอบเขตการลงทุนของซัมซุงครั้งนี้ ทางจังหวัดบัค นึง จึงได้เสนอให้รัฐบาลเวียดนามขยายระยะเวลาในการลดหย่อนภาษีครึ่งหนึ่งให้กับบริษัท Samsung Display เพิ่มขึ้นอีก 3 ปี ทั้งนี้จังหวัดบัค นิม มีบริษัทจากเกาหลีใต้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาลงทุนจำนวน 592 โครงการ ด้วยทุนจดทะเบียน 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 65.5% ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในจังหวัด

ลาว
เวียงจันทน์วางแผนที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นในปีนี้เพื่อเพิ่มรายได้และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยในปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 1.8 ล้านคน ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศราว US$ 203 ล้าน และคาดว่าในปีนี้ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นราว US$ 2 ล้าน ทั้งนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจ เช่น That Luang, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติลาว, Kaysone Phomvihane Museum และ ทะเลสาบน้ำงึม

รัฐบาลลาวให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคงานหัตถกรรมและอุตสาหกรรมการแปรรูป เพื่อรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2015-16 มูลค่าของผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมและสินค้าแปรรูปแตะระดับกว่า 4.3 ล้านล้านกีบ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รัฐบาลคาดว่ามูลค่ารวมของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแปรรูปในปีนี้จะอยู่ที่กว่า 5.6 ล้านล้านกีบหรือคิดเป็นร้อยละ 88.5 ของที่ตั้งเป้าไว้ที่ 6.3 ล้านล้านกีบ

กัมพูชา
ผู้บริหารของ Phnom Penh Autonomous Port (PPAP) ระบุว่า บริษัทได้ลงนามข้อตกลงที่จะให้บริษัทสัญชาติจีน Yunnan Sengmao Investment (YSI) เช่าพื้นที่ 9.6 เฮกเตอร์เป็นเวลา 40 ปี เพื่อใช้พื้นที่ในการก่อสร้างศูนย์แสดงสินค้าประมาณ 700 ห้อง ตามข้อตกลงจะอยู่ในรูปของการสร้าง ดำเนินงาน และโอนคืน โดย YSI จะก่อสร้างและดำเนินงานโดยประมาณ 25 ปีก่อนที่จะโอนคืนให้กับ PPAP โดย YSI ยังมีทางเลือกที่จะดำเนินการต่อสำหรับ 15 ปีที่เหลือ ด้วยราคาค่าเช่าที่ลดลง 50% ทั้งนี้การตัดสินใจให้เช่าดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท

การส่งออกข้าวชะลอตัวในปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงเกษตรระบุว่า การส่งออกข้าวของกัมพูชามีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 542,144 ตันในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเพียง 3,700 ตันหรือร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับปี 2015 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวส่งสัญญาณว่า นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมได้ลดลงและสร้างความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของภาคเกษตร โดยรัฐบาลระบุว่า จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อปกป้องอนาคตของอุตสาหกรรมข้าวกัมพูชา

พร้อมทั้งระบุว่า ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าว ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวในตลาดโลกที่ลดลงทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของข้าวกัมพูชาน้อยลง ในขณะที่อุตสาหกรรมข้าวในประเทศไม่ได้มีการพื้นที่จัดเก็บหรือโรงสี ตลอดจนเงินทุนที่เพียงพอในการสนับสนุนการส่งออกตลอดทั้งปี

ที่มา:บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน)

เรียบเรียง:กษมน พงษ์ธานี