CPF ทุ่มเงินฮุบเบลลิซิโอ เดินหน้าบุกอเมริกาเหนือ

34

ทันหุ้น – CPF ประกาศการเข้าซื้อกิจการ “บริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิ้งค์” มูลค่าเงินลงทุน 1.075 พันล้านเหรียญ พร้อมเข้าถือหุ้น 100% เตรียมสยายปีกธุรกิจอาหารแช่แข็งในตลาดอเมริกาเหนือ แย้มแผนหาโอกาสซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิ้งค์ (Bellisio) จากบริษัท เซ็นเตอร์ พาร์เนอร์ เมเนจเม้นท์ แอลแอลซี (Centre Partners) ตามเงื่อนไขที่ได้รับการเห็นชอบแล้วจากคณะกรรมาธิการการค้า และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ (the Federal Trade Commission and Department of Justice of the United States) โดย CPF ได้ทำการซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เบลลิซิโอ ด้วยมูลค่ารวม 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ

โดยการควบรวมกิจการในครั้งนี้ เป็นการรวมกันระหว่างบริษัทอาหารแช่แข็งที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐ กับบริษัทผู้ผลิตอาหารครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งเบลลิซิโอ เป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารแช่เข็งแบบ single serve ภายใต้ตราสินค้า มิชิลิน่าส์ (Michelina’s), แอทคินส์ (Atkins), บอสตัน มาร์เก็ต (Boston Market), ชิลีส์ (Chili’s), อีทติ้งเวล (EatingWell), และอีท (Eat!) รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตร่วมสินค้าภายใต้ แบรนด์ของลูกค้า (private label) และผู้ประกอบการธุรกิจอาหารต่างๆ

รุกตลาดอเมริกาเหนือ

ขณะที่ CPF เป็นผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมชั้นนำในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค ที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของโภชนาการอาหารปลอดภัย โดยธุรกิจของบริษัทครอบคลุมฟาร์มปศุสัตว์, สัตว์น้ำ รวมทั้งยังทำธุรกิจครบวงจรที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารสัตว์, พันธุ์สัตว์, ฟาร์มปศุสัตว์, การแปรรูปเนื้อสัตว์, อาหารกึ่งสำเร็จรูป และเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จ, ผลิตภัณฑ์อาหาร, อาหารพร้อมรับประทาน และยังรวมถึงเนื้อสัตว์, การส่งสินค้าให้กับผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการภัตตาคารอาหาร

“การซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า CPF ได้ก้าวผ่านขึ้นมาเป็นผู้นำที่ใหญ่ที่สุดในการตลาดอาหารของโลก และยังเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของบริษัทในการเดินหน้าสู่เป้าหมายธุรกิจสู่การเป็นครัวของโลก โดย เบลลิซิโอ เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะแบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยม ซึ่ง CPF และเบลลิซิโอจะดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยการควบรวมกิจการครั้งนี้จะทำให้เราสามารถบุกตลาดอเมริกาเหนือ และยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นด้วย” นายอดิเรก กล่าว

หาจังหวะซื้อกิจการเพิ่ม

สำหรับภาพรวมธุรกิจของบริษัทในปี 2560 นั้น คาดว่ารายได้รวมจะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% หรืออยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA Margin ในปี 2560 คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 9%

อย่างไรก็ตาม นอกจากการเข้าซื้อกิจการเบลลิซิโอ ซึ่งดำเนินธุรกิจอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานในสหรัฐ มูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐในครั้งนี้แล้ว บริษัทยังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการธุรกิจอาหารในสหรัฐเพิ่มเติมในปีหน้า โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนธุรกิจอาหารเป็น 25% ในปี 2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ 17%

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการตั้งงบลงทุนในปี 2560 ไว้ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจเดิม ซึ่งไม่นับรวมกับเงินลงทุนที่จะไว้ใช้ในการเข้าซื้อกิจการ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทยังคงมีเงินสดจาก EBITDA และยังสามารถกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้อีกเป็นจำนวนมากเนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้บริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนแม้จะมีการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต