> SET > SCC

29 กรกฎาคม 2021

SCC กำไร Q2/64 ที่ 1.74 หมื่นลบ.โต 83%, ปันผล 8.50 บาท/หุ้น

SCC เผย"เอสซีจี เคมิคอลส์" เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นใน BST เป็น 54.2%, ซื้อหุ้นจาก BBL


เอสซีจี เคมิคอลส์ – Braskem ศึกษาร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตไบโอ-เอทิลีน


ทันหุ้น-บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ไตรมาส 2/64 มีกำไร 17,136.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 9,383.87 ล้านบาท สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น ขณะที่ EBITDA ไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 32,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มีรายได้จากการขายไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 133,555 ล้าบาท เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาของสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น 


ทั้งนี้หากเทียบกับไตรมาส 1/64 กำไรเพิ่มขึ้น 15% ผลจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากการขายไตรมาส 2/64 อยู่ที่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัญหาเรื่องการขนส่ง ส่วน EBITDA เพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงที่มีเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม 


ในไตรมาส 2/2564 ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศไทย หดตัว 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากในปีก่อนมีการเลื่อนวันหยุดช่วงสงกรานต์ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้จำนวนวันในการทำงานในปีนี้น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยความต้องการจากภาครัฐขยายตัว 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ความต้องการภาคเอกชนและภาคครัวเรือน หดตัว 5% และ 4% ตามลำดับ 


ทั้งนี้ SCC ยังคงมีโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง โดยมีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 เท่ากับ 94,543 ล้านบาท ขณะที่ ณ สิ้นไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 111,704 ล้านบาท 


**งบลงทุนปีนี้ 8-9 หมื่นลบ.


รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 มีมูลค่าเท่ากับ 34,544 ล้านบาท โดยสัดส่วนการลงทุนเป็นของธุรกิจเคมิคอลส์ 70% ธุรกิจแพคเกจจิ้ง 17% ธุรกิจซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 10% และส่วนงานอื่นๆ 3% คาดการณ์รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 80,000-90,000 หมื่นล้านบาท โดยนอกเหนือจากรายจ่ายลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจรของ งLong Son Petrochemicals Company Limited (LSP)แล้ว ยังรวมถึงแผนการลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งที่ 2 ในประเทศอินโดนีเซีย ของ  PT Chandra  Asri Petrochemical Tbk (CAP) การเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 70% ใน Duy Tan Plastics Manufacturing Corporation ประเทศเวียดนามของธุรกิจแพคเกจจิ้ง และการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 51% ในบริษัท เอ.ไอ.เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำในด้านธุรกิจการบูรณาการระบบอัตโนมัติในประเทศไทย 


**ปันผล 8.50 บาท/หุ้น


คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2564 ในอัตรา 8.5 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 10,200 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 27 ส.ค.2564 กำหนดวันที่ XD ในวันที่ 13 ส.ค.2564 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 16 ส.ค.2564 



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X