> mai >

09 ตุลาคม 2020

อย่ารับมีด! พื้นฐานจริงSK-KK ปีหน้าแค่ 1-1.20บ.

ทันหุ้น - สู้โควิด – โบรกส่องพื้นฐานจริงสองหุ้นน้องใหม่ SK-KK ชี้ SK คาดกำไรปีนี้ลดลง 51% มาร์จิ้นหดตัวแรง เคาะเป้าปี 64 ที่ 1 บาท ส่วน KK  มองการขยายตัวนอกพื้นที่ได้ลำบาก มีความเสี่ยงการเข้ามาของเทคโนโลยี และธุรกิจ Delivery ให้ราคาเหมาะสม 1.20–1.40 บาท 


  บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกวานนี้(8 ต.ค.63) SK และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง เช่น เสาไฟฟ้า เสาเข็ม เสาตอม่อ ฐานราก แผ่นพื้นสะพาน เป็นต้น โดยมีโรงงานผลิต 6 แห่ง ตั้งอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ชลบุรี ชัยนาท ลำปาง สุราษฎ์ธานี และสงขลา ครอบคลุมการจำหน่ายทั่วประเทศไทย และธุรกิจให้บริการงานรับเหมาก่อสร้างสายส่งงานไฟฟ้าและงานโยธา


ระดมทุน92.28ล.


SK มีทุนชำระแล้ว 230 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 344.65 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 115.35 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) ในราคาหุ้นละ 0.80 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 92.28 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 368 ล้านบาท


  บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS กล่าวว่า SK เข้าเทรดวานนี้ ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตอัดแรงโดยเฉพาะเสาไฟฟ้า สายส่ง เป็นต้น โดยมีลูกค้าหลักคือ กฟภ. และมีโรงงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทางฝ่ายคาดกำไรปีนี้ ลดลง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก Gross Margin ที่หดตัวแรงเพราะต้องแก้งาน แต่คาดกลับมาฟื้นตัว 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปี 2564 ประเมินราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 1 บาท อิง PE 12 เท่า


ส่องธุรกิจ KK


สำหรับ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด หรือ KK เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มบริการ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ซึ่ง KK ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ร้านชื่อ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 8,000 รายการ


   KK มีทุนชำระแล้ว 115 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 161 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 69 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO)  ในราคาหุ้นละ 0.88 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 60.7 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 202.4 ล้านบาท 


  ทั้งนี มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินให้แก่ผู้ลงทุนจำนวน 10.35 ล้านหุ้น ในราคาเดียวกัน การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 20.03 เท่า


เคาะเป้า 1.20 บ.


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวถึง KK ว่า บริษัทมีแผนการขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” ในแต่ละปี บริษัทมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 - 4 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 10 - 12 ล้านบาทต่อสาขา


  ทางฝ่ายประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ KK ที่ 1.20 – 1.40 บาท อิง PER ที่ 18 – 20 เท่าเทียบกับหุ้นที่มีธุรกิจและขนาดใกล้เคียงกันอย่าง TNP โดยมองว่าธุรกิจมีความได้เปรียบจากความชำนาญในพื้นที่ภาคใต้ แต่อย่างไรก็ตามการขยายตัวออกนอกพื้นที่จะขยายตัวได้ลำบากและมีความเสี่ยงในระยะยาวจากการเข้ามาของเทคโนโลยีและธุรกิจ Delivery รวมถึงด้วยขนาดของกิจการที่ค่อนข้างเล็กทำให้อาจมีปัญหาด้านสภาพคล่องในการซื้อขายได้



  



จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X