> SET > STGT

24 กันยายน 2020

STGTแกร่งสู้โควิดรอบ2 ถุงมือยางฮิต-บาทอ่อนหนุน

STGT – จริงๆ ดูแล้ว ก็น่า(…?)


STGT ดีมานด์ถุงมือยางแกร่ง ออเดอร์ทะลัก หลังผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกพุ่งต่อเนื่อง


ทันหุ้น –สู้โควิด –STGT รับอานิสงส์โควิด-19 ระบาดรอบ2ในต่างประเทศที่รุนแรง มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการถุงมือยางยังมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังรับผลบวกจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า โบรกประเมินกำไรไตรมาส 3/2563 นิวไฮ 3.8 พันล้านบาท โต 258% เชื่อทั้งปีโตก้าวกระโดด แตะ 5.7 พันล้านบาท


บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่าได้เลือกหุ้นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เป็นหนึ่งในหุ้น Top Pick หลังมีการแพร่ระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศทั้งในโซนยุโรป และเอเชีย ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการควบคุมเข้มงวดอีกครั้ง เช่น อังกฤษประกาศปิดร้านอาหารและสถาบันบันเทิง หลัง 22.00 น., ปิดสนามกีฬา และขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา


ส่วนที่ประเทศสเปน ได้ประกาศล็อคดาวน์กรุงมาดริด โดยปิดสถานที่สำคัญหลังเวลา 22.00 น. และห้ามรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะไม่เกิน 6 คน ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนเช่นกัน และประเทศเมียนมาร์ ก็มีการล็อคดาวน์ เมืองสิตตะเว ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐยะไข่ โดยประกาศ Curfew ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม และล็อคดาวน์ ที่นครย่างกุ้ง ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาเป็นต้น


ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้น STGT ราคายัง Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจเดียวกันในภูมิภาคอย่าง Top Glove และ Supermax ของมาเลเซีย โดยราคาหุ้นมีค่าพี/อี เรโช ของ STGT เพียง 10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการถุงมือยางรายใหญ่ในมาเลเซียย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งอยู่ที่ 26 เท่า


ขณะที่กำไรงวดไตรมาส 3/2563 คาดจะทำนิวไฮอยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 258.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 และเพิ่มขึ้น 2,965.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากแนวโน้มราคาขายถุงมือยางปรับเพิ่มขึ้นโดดเด่น จึงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 100 บาทต่อหุ้น


*ดีมานด์พุ่ง-ผลดีบาทอ่อน


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด แนะนำซื้อหุ้น STGT ให้ราคาเป้าหมายที่ 90 บาทต่อหุ้น หลังมีออเดอร์ถุงมือยางยังเต็มไปถึงไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะที่ราคาขายยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 2 ในต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคายางธรรมชาติ ( NR) เริ่มปรับตัวลงมาในระยะสั้น จากการประเมินคาดว่าการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายมากกกว่าต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น


เบื้องต้นจึงประเมินอัตรากำไรขั้นต้นต้นทั้งปี 2563 ที่ระดับ 25.28% นอกจากนั้นค่าเงินบาทที่กลับมามีทิศทางอ่อนค่าก็จะหนุนผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 ด้วย สำหรับประมาณการกำไรปี 2563-2564 ประเมินไว้ที่ระดับ 4.8 พันล้านบาท และ 7.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 664% และ 46% ตามลำดับ


*เป้าหมาย 116 บาท


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อหุ้น STGT ให้ราคาเป้าหมายที่ 116 บาท มองแนวโน้มราคาถุงมือยางยังคงปรับขึ้น จากความต้องการของถุงมือยางที่ยังคงขยายตัว ขณะที่กำลังการผลิตทั่วโลกยังคงจำกัด ทำให้ฝั่งผู้ผลิตยังคงได้เปรียบในช่วง 1-2 ปีนี้ และคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในปี 2563 อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 806% จากปีก่อน และในปี 2564 อยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% โดยคาดว่าราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางในปี 2564 อยู่ที่ 0.90 บาทต่อชิ้น ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 4/2563 เนื่องจากคาดว่าจะมีวัคซีน มาใช้ในปีหน้า


ราคาหุ้น STGT ปิดวานนี้อยู่ที่ 73 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 4.29% โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ระดับ 1,842.27 ล้านบาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X