> SET > WHA

23 กันยายน 2020

WHAจ่อเซ็นที่ดิน385ไร่ ปี64ชูEBITDAไม่ต่ำ40%

WHAลุ้นนลท.ต่างชาติเข้าไทย จ่อเซ็นโอนที่ดินขยายพอร์ต


WHA ร่วง 1.44% โบรกฯ คาดกำไร Q3 อ่อนตัว กลับมาฟื้น Q4 ทำนิวไฮ


ทันหุ้น –สู้ดควิด –WHA แย้มมียอดขายรอเซ็น 385 ไร่ ภายในปีนี้ ลั่นรายได้ปีหน้าทำนิวไฮ ย้ำรักษา EBITDA ไม่ต่ำกว่า 40%ตั้งเป้ายอดขายที่ดินกว่า 1 พันไร่ หลังโควิด-19 คลี่คลาย-เปิดประเทศ วางงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ลุยซื้อที่ดิน-ร่วมทุนพันธมิตร ด้านธุรกิจโลจิสติกส์ -น้ำ-ไฟฟ้า เติบโตดี


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า คาดการเติบโตของรายได้รวมในปี 2563 อาจทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 13,385.81 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,229.25 ล้านบาท จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาทำธุรกิรรมภายในประเทศไทยได้ ทำให้มีหลายสัญญาต้องถูกเลื่อนกำหนดออกไปเป็นปี 2564


อย่างไรก็ตาม จากการจัดการต้นทุนที่มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทจะสามารถรักษาระดับกำไรก่อนจะหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ทั้งในปี 2563 และ 2564 ไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 40%


*ที่ดินในมือ 6.89 หมื่นไร่


โดยบริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายที่ดินในปี 2563 ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมทั้งปีไว้ที่ 900 ไร่ แบ่งเป็นยอดขายในประเทศไทย 600 ไร่ และประเทศเวียดนาม 300 ไร่ โดยในปัจจุบันบริษัทยังลูกค้าที่อยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญา (LOI) ในมืออีกกว่า 385 ไร่ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถทยอยเซ็นสัญญาได้ครบทั้งหมดภายในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ครึ่งปีหลัง 2563 เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,250.50 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ641.32 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายที่ดินในปีหน้าไว้ที่ 1,000 ไร่ และรายได้อาจเติบโตแบบตัวเลข 2 หลัก ทำสถิติสูงสุดใหม่


ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรวม 68,900 ไร่ เป็นทั้งที่ดินที่ดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 47,200 ไร่ ทั้งในประเทศไทย และเวียดนามที่อยู่ระหว่างการเจรจาพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่ง ทางตอนใต้ของเมืองฮานอย พื้นที่รวมกว่า 20,000 ไร่ เพื่อรองรับฐานลูกค้าประเทศญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง


*โลจิสติกส์ -น้ำ-ไฟฟ้า โตดี


ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์ ภายในสิ้นปี 2563 บริษัทคาดว่าจะยอดการเช่าเช่าพื้นที่ใหม่แตะ200,000 ตารางเมตร ปัจจุบันมีการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ไปแล้วล่วงหน้า 100,000 ตารางเมตร และในไตรมาส 3/2563 ได้มีการเซ็นสัญญาอีกประมาณ 40,000 ตารางเมตร และอยู่ระหว่างการเจรจาให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าอีกกว่า 170,000 ตารางเมตรกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจอาหาร และธุรกิจผู้ประกอบการโลจิสติกส์ หนุนพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารแตะ 2,560,000 ตารางเมตร จากในช่วง 6 เดือนแรกมีพื้นที่คลังสินค้าที่ 2,450,000 ตารางเมตร


อย่างไรก็ดีในช่วงไตรมาส 4/2563 บริษัทจะมีการขายทรัพย์สินทั้งคลังสินค้าแบบ Buit-to-Suit รวมถึงโรงงานสำเร็จรูป (RBF) และคลังสินค้าสำเร็จรูป (RBW) เข้ากอง WHART และ HREIT รวมประมาณ 180,000 ตารางเมตร หรือคิดเป็นมูลค่าที่ประมาณ 4,600 ล้านบาท


ด้านธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน คาดว่าภายในสิ้นปี 2563 คาดจะมียอดจำหน่ายและบำบัดน้ำไม่น้อยกว่า 130 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นแตะ 592 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็นพลังงานเชิงพาณิชย์ 547 เมกะวัตต์, พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา 42 เมกะวัตต์ และที่เหลืออีก 3 เมกะวัตต์ มาจากโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี (CCE) จาก 6 เดือนแรกมียอดจำหน่ายและบำบัดน้ำแล้ว 57 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 570 เมกะวัตต์


*ทุ่ม 5 หมื่นล.ขยายธุรกิจ


ส่วนแผนการลงทุนเบื้องต้นบริษัทวางเป้าเงินลงทุนไว้ที่ 50,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2564-2567 หรือเฉลี่ย 10,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อซื้อที่ดินใหม่ รวมถึงการร่วมทุน (JV) ต่อยอดธุรกิจกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังได้รับความสนใจจากพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นเข้ามาเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยหากว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เรื่อมคลี่คลาย มีการนำวัคซีนออกมาใช้ได้จริง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นควาทชัดเจนในการลงทุนได้เร็วขึ้น

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X