> SET > EA

23 กันยายน 2020

พลังงานเร่งดันรถEV EAสถานีชาร์จพร้อม

เคาะ EA


จับตา EA-TVO


ทันหุ้น-สู้โควิด-กระทรวงพลังงานเร่งดันรถEVสุดตัวเร่ง กฟผ. เดินหน้า บริษัทร่วมทุน EGAT Innovation Holdings เพื่อส่งเสริมรถยนต์EV ร่วมปตท. ตั้งสถานีชาร์จในปั๊ม ด้านEAยิ้มชี้ช่วยผลักดันใช้รถยนต์EV หนุนดีมานด์เพิ่ม เชื่อ ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการไทย


นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้เร่งผลักดันให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. จัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านนวัตกรรมพลังงาน ในนามบริษัท EGAT Innovation Holdings  โดย กฟผ. มีสัดส่วนถือหุ้น 40% บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO 30% และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH 30% อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)พิจารณา และก่อนส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อ ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะเป็นส่วนในการผลักดันการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ โดยจะส่งเสริมแบบครบวงจรให้เชื่อมโยงทั้งระบบ ผ่าน กฟผ. ที่จะเป็นแกนนำสำคัญ


*ผลักดันรถEV


นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงไปสู่การทำธุรกิจการร่วมลงทุน (Venture capital) การผลักดันสตาร์ทอัพต่างๆ รวมไปถึงการทำส่งเสริมให้เกิดสถานีชาร์จไฟฟ้า (Charging Station) ซึ่งเป็นการพัฒนาดังกล่าวคาดว่าจะเกิดการเดินหน้าได้เร็ว เนื่องจากเทรนของรถยนนต์ EV ขณะนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าปีหน้าจะมีโอกาสเห็น Charging Station หลายแห่ง อีกทั้งยังกฟผ.ยังมีการรวมมือกับPTT ว่า ทาง กฟผ.จะสร้างความร่วมมือที่จะนำ Charging Station ไปตั้งในสถานีบรืการน้ำมันของ ปตท.ควบคู่ไปด้วย ซึ่งต้องมีการจัดตั้งให้ครอบคลุมมากที่สุด ไปตามหัวเมืองขนาดใหญ่ หรือทุกระยะ 150 กิโลเมตร เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ EV


ส่วนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ EV ก็จะมีการแยกออกมาคำนวณโดยเฉพาะ โดยได้มีการสั่งการให้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ไปพิจารณา นอกจากนี้ในอนาคตอาจจะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งจากโซลาร์ หรือไฟฟ้าชุมชน ที่จะสามารถนำมาจัดดำเนินการส่งมายังสถานีชาร์จไฟฟ้าผ่านสมาร์ทกริดด้วย


*EAพร้อมเดินหน้ารถEV


ด้านนายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า สำหรับการผลักดันโครงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) และการเร่งผลักดันให้เกิดสถานีชาจน์รถยนต์ EV ของกระทรวงพลังงานถือเป็นเรื่องที่ดี ที่จะนำมาสู่ความต้องการใช้งานรถยนต์ EV ได้เร็วขึ้น แพร่หลายมากขึ้นในเร็ววัน และเป็นการช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมให้มีความคึกคัก ทำให้เกิดการแข่งขันกันภายในอุตสาหกรรมให้เห็นถึงคุณภาพหรือคุณสมบัติของผู้ประกอบการแต่ละราย หลังจากได้มีการใช้จริง ซึ่งส่งผลดีมายังผู้บริโภคที่จะได้ใช้สินค้า หรือบริการ (สถานีชาจน์) ได้อย่างเป็นธรรมและได้รับประโยชน์สูงสุด


โดยในส่วนของบริษัทจะมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) เพื่อระบบสาธารณะ (Public Car) เช่น รถแท็กซี่ไฟฟ้า รถเมล์ไฟฟ้า รวมไปถึงโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรสำหรับรถจักรยานยนต์ด้วย ขณะเดียวกันก็ได้มีการเดินหน้าติดตั้งสถานีชาจน์รถยนต์ EV ต่อเนื่อง โดยขณะนี้ติดตั้งได้ไปแล้วประมาณ 600 สถานี คาดว่าจะครบ 1,000 สถานีในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า อย่างไรก็ดีบริษัทมีความคาดหวังจะให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเรื่องของรถยนต์EV มากขึ้น เช่นการสนับสนุนให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกอบการไทยก่อน  เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เกิดการจ้างงานในประเทศ รวมไปถึง


สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี สำหรับบริษัทที่ดำเนินการธุรกิจด้านนี้ ให้สามารถทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ EV ในประเทศอย่างจริงจัง

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X