> SET > BEM

21 กันยายน 2020

ถอดรหัสหุ้นBEMถูกจริง แถมมีอัพไซด์3โครงการ

ศาลสั่งชิงสีส้มTORเดิม BEM-BTSโอกาสเท่ากัน


จับตาBEMไตรมาส3 กำไร808ล้านโต431%


ทันหุ้น-สู้โควิด-โบรกฉายภาพราคาหุ้น BEM สุดถูกเทียบเป้า 11.10 บาท ชี้ราคาปัจจุบันเทรด P/BV ต่ำกว่าอดีตเยอะ แถมยังมีอัพไซด์ 3 โครงการยักษ์อีกไม่ต่ำกว่า 1.39 บาท ขณะที่ไตรมาส 3 กำไรโดดแตะ 727 ล้านบาท ทะยาน 377% จากไตรมาส 2 ส่วนปีหน้าโดดเด่นกำไรแตะ 4.2 พันล้านบาท มองปันผล 3 ปีได้ 1-2% ต่อปี


บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน ฉายภาพราคาหุ้นบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ว่ายังต่ำกว่าพื้นฐานโดยราคาปัจจุบันซื้อขายที่ Forward P/BV ปี 2564ที่ 3.25 เท่า ต่ำกว่า -1SD ของค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 3.4 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 3.9เท่า ดังนั้นจึงแนะนำซื้อ โดยฝ่ายวิจัยให้ราคาเป้าหมายของปี 2564ที่ 11.10 บาทต่อหุ้น ด้วยเงื่อนไข Forward P/BV ที่ 4.05 เท่า โดยประเมินด้วยวิธี Sum of the parts แบ่งเป็นมูลค่าจากธุริกจหลักทางด่วนและไฟฟ้า 10.10 บาท และมูลค่าเงินลงทุนในหุ้น CKP และ TTW รวมกันที่ 1 บาท


@อัพไซด์3โครงการยักษ์


นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มได้อีก (อัพไซด์) จาก 3 โครงการใหญ่ ประกอบด้วย การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม(บางขุนนนท์-มีนบุรี) กำหนดยื่นซองประมูล 6พ.ย.2563 หากชนะจะมีอัพไซด์ 1.35 บาท , การประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) คาดเปิดประมูลปี 2564 หากชนะจะมีอัพไซด์ 0.04บาท  และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ BEM ถือหุ้นในสัดส่วน 10%คาดจะมีรายละเอียดแผนของการลงทุนชัดเจนในปีหน้า ซึ่งฝ่ายวิจัย ยังไม่ประเมินอัพไซด์


ทั้งนี้ ประเมินว่า BEM มีโอกาสจากงานประมูลระบบขนส่งมวลชนในอนาคต เช่น รถไฟสายสีแดงเข้ม (มหาชัย-ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ระยะทาง 80.5ก.ม., รถไฟสีแดงอ่อน (ศาลายา-หัวหมาก) ระยะทาง 48ก.ม. และรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี(บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1ก.ม. เป็นต้น


@ กำไรQ3พุ่งแตะ727ล.


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดกำไรปี 2563-2564 ลงจากเดิม 41%และ 32% ตามลำดับ เนื่องจากปริมาณจราจรบนทางด่วนฟื้นตัวช้ากว่าคาด และต้นทุนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสูงกว่าคาด แต่ก็คาดว่ากำไรไตรมาส 3/63จะฟื้นตัวโดดเด่น เพิ่มขึ้น 377% จากไตรมาส 2/63เป็น 727 ล้านบาท โดยมาจาก 1. การฟื้นตัวจากฐานต่ำช่วงไตรมาส 2/2563 ที่มีการล็อกดาวน์กทม. ตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. - พ.ค. 2. ต้นทุนสัมปทานทางด่วนลดลงจากการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1และศรีรัช ส่วน A B C โดยไม่เสียค่าสัมปทานเพิ่ม ในเดือน ก.พ. 2563 และ 3. กำลังการให้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย 19 สถานี 27 กิโลเมตร อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563


ส่วนในปี 2564 คาดว่ากำไรจะเติบโต 143% เป็น 4,206 ล้านบาท เนื่องจากการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ คาดผลตอบแทนจากเงินปันผลจ่าย 2563-2565 อยู่ที่ 0.05 บาท 0.12 บาท และ 0.16 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 0.6%1.4% และ 1.8% ตามลำดับ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X