> SET > STA

18 กันยายน 2020

STA ดีมานด์ธุรกิจยางฟื้น สินค้าออเดอร์ล้นราคาพุ่ง

ทริสฯ เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน "STA" เป็น A- จาก BBB+


STA เก็งกำไรฝั่ง Long ตามทิศทางราคายางขาขึ้น


ทันหุ้น-สู้โควิด-STA ธุรกิจสดใส ดีมานด์ยางธรรมชาติฟื้นตัว จากความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมรับอานิสงค์ธุรกิจถุงมือยางออเดอร์ล้น ราคาขายเฉลี่ยไตรมาส3/63 เพิ่มขึ้น70% หนุนรายได้ทั้งปีเติบโตแรง เดินแผนขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง ปักธงปี 2575  แตะ 1แสนล้านชิ้น


นายวีรสิทธิ สินเจริญกุล กรรมการบริหารบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องจากธุรกิจยางธรรมชาติเริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ที่ก่อนหน้านี้คำสั่งซื้อยางธรรมชาติลดลงไปค่อนข้างมาก จากยอดขายรถที่ลดลงเพราะผลกระทบของโควิด-19 โดยบริษัทได้วางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจทั้งในส่วนการรับซื้อวัตถุดิบได้นำโมบายแอพริเคชั่นเข้ามาติดตามข่าวสาร

ขณะที่การผลิตมีการนำระบบออโต้เมชั่นมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด ทำให้ขณะนี้ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นได้ 3-5% สะท้อนศักยภาพของธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง


*ถุงมือยางดันยอดเติบโต

นอกจากนี้ธุรกิจถุงมือยางที่ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยคือ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)หรือ STGT มีการเติบโตที่ดีมาก โดยจากปัจจัยบวกของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นเป็นแรงหนุนให้ภาพรวมของผลการดำเนินงานปี 2563 โตอย่างมีนัยสำคัญ รวมไปถึงราคาถุงมือยางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่อง ซึ่งคาดว่าราคาขายถุงมือยางในช่วงไตรมาส 3/2563 จะเพิ่มขึ้น 70% จากไตรมาส 2/2563 และไตรมาส 4/2563 จะเพิ่มขึ้นอีก 12% จากไตรมาส 3/63 และยังมีแนวโน้มที่ปรับเพิ่มขึ้นได้อีก จากความต้องการใช้ที่ยังมีต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเดินหน้าในการเพิ่มกำลังการผลิตถุงมือยางต่อเนื่อง


ปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่ 3.3 หมื่นล้านชิ้น ซึ่งในปี 2564 STGT จะขยายโรงงานเพิ่มไตรมาสละ 1 แห่ง ทำให้คาดว่าปีหน้ากำลังการผลิตจะเพิ่มเป็น 3.57 หมื่นล้านชิ้น และในปี 2575 จะเพิ่มกำลังการเพิ่มเป็น 1 แสนล้านชิ้นต่อปี อย่างไรก็ดีสำหรับการเงินปันผลบริษัทมีนโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ แต่หากพิจารณาสถิติย้อนหลังที่ผ่านมาบริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตราที่ราว 45-50% ของกำไรสุทธิ และหากธุรกิจมีกำไรที่สูงขึ้น ก็มีโอกาสที่จะจ่ายปันผลในระดับสูงเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการทำกำไรเช่นกัน


*เคาะเป้า45.50 บาท

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง STA ว่า แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง 2563 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากในช่วงครึ่งปีแรก 2563 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจถุงมือยางที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก คาดว่ากำไรไตรมาส 3/2563 จะทำจุดสูงสุดใหม่ และทำจุดสูงสุดต่อเนื่องในไตรมาส 4/2563


ผู้บริหารคาดว่าความต้องการยางธรรมชาติทั่วโลกปีนี้จะอยู่ที่ 12.12 ล้านตันลดลง11% จากผลกระทบโควิด อย่างไรก็ตามธุรกิจยางธรรมชาติของSTA น่าจะสามารถทำกำไรได้ในปีนี้ โดยฟื้นตัวจากขาดทุนที่ 662 ล้านบาท ในปีก่อน ส่วนธุรกิจถุงมือยางยังจะแข็งแกร่งต่อเนื่องปีถึงปี 2564 จากความต้องการที่ดีต่อเนื่อง ปรับการคาดการณ์กําไรสุทธิสําหรับปี2563-2566 ขึ้น 8-33% จากราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมที่ 45.50 บาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X