> SET > SCC

18 กันยายน 2020

SCC-SCCC รับอานิสงส์ต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำดันธุรกิจไปต่อ

SCCจับตาSCGPเข้าเทรด ธุรกิจแพ็คเก็งจิ้งโอกาสโตสูง


SCGP เคาะราคา IPO ที่ 35.00 บาท, คาดเข้าเทรดใน SET 22 ต.ค.


ทันหุ้น-สู้โควิด-บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัดหรือSCBS ระบุว่ถึงแนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาคการผลิตรายใหญ่อย่างSCC โดยเฉพาะธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบและธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง อีกทั้งยังชอบ SCCC เพราะผลตอบแทนจากเงินปันผลและ valuation น่าสนใจ


คาดอุปสงค์จะยังคงอ่อนแอใน 2H63ในช่วง 7M63 ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์และกระเบื้องเซรามิคในประเทศเพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 8% YoY โดยมีอัตราการเติบโตเป็นบวกเล็กน้อยในเดือนก.ค. จากการกลับมาดำเนินกิจกรรมการก่อสร้างหลังคลายล็อกดาวน์ และโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น เมื่อมองต่อไปใน 2H63 เราคาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะอ่อนแอ เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะเบิกจ่ายงบลงทุนเพิ่มขึ้นใน 3Q63 แต่อาจจะเบิกจ่ายได้ช้าในช่วงต้น 4Q63 เนื่องจากงบประมาณปี 2564 ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ และการลงทุนภาคเอกชนอ่อนแอ สำหรับปี 2563 เราคาดว่าปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์และกระเบื้องเซรามิคในประเทศจะลดลง 2%YoY และ 7% YoY ในขณะที่ SCB EIC คาดว่าการลงทุนโดยรวมจะลดลง 7% YoY โดยอิงกับการคาดการณ์ว่าการลงทุนภาครัฐจะเติบโต 8% YoY แต่การลงทุนภาคเอกชนจะหดตัวลง 13% YoY


การลงทุนภาครัฐ: งบประมาณปี 2564 ล่าช้า 1 เดือน หลังจากการผ่านงบประมาณปี 2563 (ต.ค. 2562 - ก.ย. 2563) ล่าช้า 6 เดือน การเบิกจ่ายงบลงทุนก็กลับมาเร่งตัวขึ้น 16% YoY ใน 2Q63 และ 46% YoY ในเดือนก.ค. และมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นเพิ่มขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของ 3Q63 อย่างไรก็ตาม งบประมาณปี 2564 (ต.ค. 2563 - ก.ย. 2564) มีแนวโน้มที่จะล่าช้าอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากการพิจารณาอนุมัติในสภาฯ ล่าช้า ในช่วงที่งบประมาณปี 2564 ล่าช้า งบลงทุนภายใต้กรอบการเบิกจ่ายสามารถเบิกจ่ายได้ แต่งบลงทุนใหม่ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบการเบิกจ่ายไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ผลกระทบต่อการลงทุนภาครัฐจะขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลสามารถเร่งดำเนินการก่อหนี้ผูกพันรายจ่ายงบลงทุนได้เร็วแค่ไหน


การลงทุนภาคเอกชน: โครงการใหม่มีน้อยเราคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะยังคงอ่อนแอสืบเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งเป็นตัวชี้นำอุปสงค์วัสดุก่อสร้างในประเทศ ปรับตัวลดลงตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าลดลง 9% YoY ใน 1H63 โครงการเปิดใหม่ในปี 2563 ของผู้ประกอบการโครงการที่อยู่อาศัยจดทะเบียน 7 รายภายใต้การวิเคราะห์ของเรา (AP, LH, LPN, PSH, QH, SIRI และ SPALI) คาดว่าจะลดลง 12% YoY และในตลาดโดยรวมจะลดลง 36% YoY อ้างอิงตลาดบ้านแนวราบที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดคอนโดมิเนียมที่ซบเซา


ต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำ ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา ราคาถ่านหิน (spot price) ปรับลดลงมาแล้ว 27% YoY สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี และราคาน้ำมัน (spot price) ปรับลดลงมาแล้ว 42% YoY สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี ต้นทุนถ่านหินคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ และต้นทุนก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมดของผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิค ผู้ผลิตปูนซีเมนต์มักจะล็อคราคาถ่านหินล่วงหน้า 6-12 เดือน และราคาก๊าซมักจะปรับตัวตามหลังราคาน้ำมันอยู่ 3-6 เดือน ทั้งนี้ในช่วง 7M63 ดัชนีราคาปูนซีเมนต์และกระเบื้องเซรามิคแทบไม่เปลี่ยนแปลง YoY


Top picks เราชอบ SCC เนื่องจากบริษัทจะได้รับประโยชน์จากภาวะต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบและธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างของบริษัท นอกจากนี้เราก็ชอบ SCCC เพราะผลตอบแทนจากเงินปันผลและ valuation น่าสนใจ (ซื้อขายที่ระดับ -1.5SD ของ PE เฉลี่ย 10 ปี)


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X