> SET > BEM

11 กันยายน 2020

หุ้นผันผวนหลบเข้าBEM ธุรกิจฟื้นดีแต่ราคายังถูก

ศาลสั่งชิงสีส้มTORเดิม BEM-BTSโอกาสเท่ากัน


จับตาBEMไตรมาส3 กำไร808ล้านโต431%


ทันหุ้น-สู้โควิด กูรูแนะเข้าหลุมหลบภัย BEMหลังเจอภาวะหุ้น-น้ำมันผันผวนแรง ชี้ผู้โดยสารทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วนฟื้นเกือบปกติ แต่ราคายัง Laggard เทียบ BTS ดูดีกว่าขณะที่งบไตรมาส 3 กลับมาแรงตามธุรกิจฟื้น ไม่มีค่าเสื่อมทางด่วน ได้แถมบันทึกเงินปันผล TTW อีก 220 ล้านบาท หากได้สายสีส้มอัพไซด์จะพุ่งอีก


บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส ออกบทวิเคราะห์แนะนำนักลงทุนให้เข้าหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบในช่วงสภาวะตลาดและราคาน้ำมันที่ผันผวน จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นของโลก นั้นคือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ที่ราคาปัจจุบันยังคง Laggard กับจำนวนผู้โดยสารที่กลับมาฟื้นตัวใกล้ภาวะปกติอยู่มาก


@BEMยอดเกือบปกติ


โดยฝ่ายวิจัยได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าและทางด่วนเปรียบเทียบกับราคาหุ้น BEM และ BTS รวมถึงความน่าสนใจในมิติอื่นๆ พบว่า BEM และ BTS ยังมีความน่าสนใจที่จะเข้าลงทุนทั้งคู่ แต่ BEM จะโดดเด่นกว่า


สำหรับหลักการพิจารณามาจาก การติดตามความสัมพันธ์ราคาหุ้น เทียบกับ ปริมาณผู้โดยสาร พบว่า ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของ BEM ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19ในเดือน มีนาคม-พฤษภาคม ล่าสุดสถิติเดือน สิงหาคม 2563ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินคิดเป็น 93%และ 85% ของปีก่อน


ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวของ BTS ฟื้นตัวกลับมาเช่นกัน แต่อาจจะช้ากว่า อยู่ที่ราว 70% ของปีก่อน


สำหรับปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารของ BEM กลับมาเร็วกว่า BTS เกิดจากการที่ BEM เปิดส่วนต่อขยาย Section 3เตาปูน-ท่าพระ รวม 10 สถานีในเดือนมีนาคม 2563ซึ่งทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้บริการครบโครงข่าย ขณะที่ BTS เปิดส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือเพิ่มเพียง 4 สถานี ประกอบด้วย สถานีกรมป่าไม้-วัดพระศรีฯ


@งบQ3พุ่ง


ขณะที่ผลประกอบการงวดไตรมาส3/2563ของ BEM จะโดดเด่นมาก โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1.) ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้า เดือนสิงหาคมฟื้นตัวดีต่อเนื่องหลังจากเปิดให้ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติรวมถึงการเปิดภาคเรียน


2.) บันทึกเงินปันผลงวดครึ่งปีจากบริษัทลูก TTW ราว 220 ล้านบาท 3.) ค่าตัดจำหน่ายทางด่วนศรีรัช ส่วน เอ บี ซี ตัดจำหน่ายหมดปีแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563ช่วยประหยัดต้นทุนราว 500 ล้านบาท


4.) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่อยู่ระหว่างประมูล มีกำหนดยื่นซอง 6 พฤศจิกายน 2563โดยหาก BEM เป็นผู้ชนะจะมีอัพไซด์เพิ่มเติมราว 2บาท จากราคาเป้าหมายปัจจุบัน 10 บาท


ส่วน BTS งบไตรมาส 3/2563เชื่อว่ายังโดนกดดันจากธุรกิจสื่อโฆษณาของ VGI และอสังหาริมทรัพย์ของยูซิตี้ที่ภาพการฟื้นตัวยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อย

ในแง่มูลค่า (Valuation) พบว่า BEM ยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายให้เข้าลงทุนได้ราว 11% โดยยังไม่รวมอัพไซด์เพิ่มเติม จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะที่ BTS ยังมี Upside ให้เข้าลงทุนได้ราว 13.7%

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X