> SET > W

17 สิงหาคม 2020

W ลุยซื้อกิจการโดมิโน่ฯ เป้าปี64พลิกกำไร

W ขายหุ้น EIC SEMI มูลค่า 122.40 ลบ., ออกวอร์แรนท์จัดสรรผู้ถือหุ้นเดิม


W ขายหุ้น 49% ใน"อีไอซี เซมิคอนดักเตอร์" มูลค่า 117.6 ลบ.


ทันหุ้น - W วางเป้ายอดขายปี 2564ยืนเหนือ 300-400ล้านบาท พร้อมพลิกเทิร์นอะราวด์ หลังเข้าสู่ธุรกิจอาหารเต็มตัว วางแผนปี 2565 ยอดขายทะลุ 600-800 ล้านบาท เล็งขายสินทรัพย์ธุรกิจเดิมหวังนำเงินที่ได้ขยายธุรกิจอาหาร ล่าสุดเตรียมลงทุน โดมิโน่ พิซซ่า คาดใช้เงิน 430 ล้านบาท พร้อมขออนุมัติผู้ถือหุ้น 24 ส.ค. และได้ข้อสรุปการลงทุนเดือน ต.ค. นี้


นายศิรัตน์ รัตนไพฑูรย์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ W เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจร้านอาหารต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ระหว่างการเข้าลงทุนร้านอาหารแบรนด์ โดมิโน่ พิซซ่า (DOMINO'S PIZZA) ซึ่งมูลค่าการลงทุนกว่า 430 ล้านบาท เบื้องต้นได้มีการชำระเงินล่วงหน้าแล้วจำนวน 100 ล้านบาท ในส่วน 330 ล้านบาทที่ต้องชำระหลังจากนี้ โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากเงินที่ได้หลังจากการเพิ่มทุนซึ่งจะใช้ในจำนวนไม่เกิน 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 130ล้านบาท จะเป็นเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์เดิม


เบื้องต้นบริษัทจะนำเรื่องเข้าเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 สิงหาคม 2563 นี้ และคาดว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2563โดยจากการลงทุน Domino Pizza ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับบริษัท โดยวางเป้าหมายยอดขายโดมิโน่จะเติบโตในปี 2564 ไม่น้อยว่า 20% ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2564 ที่ราว 300-400 ล้านบาท พร้อมกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างแน่นอนโดยจะเป็นการรับรู้รายได้จาก Domino’s Pizza 50%ส่วนที่เหลือจะมาจากอีก 50% จากมาจากธุรกิจร้านอาหารใน 6 แบรนด์เดิมที่มี เป็นต้น


อีกทั้งในปี 2564มีโอกาสที่จะเห็นผลการดำเนินงานของบริษัทพลิกกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้ หลังจากที่มีการรับรู้จากโดมิโน่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายรายได้ 2565 เติบโตเพิ่มเท่าตัวจากปีก่อนหน้า หรือแตะ 600-800 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ภายหลังจากการพลิกกลับมามีกำไรแล้วนั้นบริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิที่อยู่ในระดับเหมาะสมราว 10-20%


ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมองการขายออกสินทรัพย์ธุรกิจเดิมที่มีสัดส่วนการถือหุ้นเหลืออีกกว่า 51% ซึ่งมีผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจเข้ามาเจรจาอย่างต่อเนื่อง แต่คงต้องมีการพิจารณาความเหมาะสมในการขายอีกครั้ง


ปัจจุบันบริษัทหันมามุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องร้านอาหาร (Food and Beverage) ซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 6 แบรนด์ ประกอบไปด้วยร้านขนม Bake, Zaku Zaku และ Rapl, ร้านชาบู Kagonoya, ร้านเสต็ก Crepes and co. และ Le Boeuf เป็นต้น แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบวิกฤตโควิด-19 แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์การขายและพัฒนาสูตรอาหารเพื่อให้เข้ากับเดริเวอร์รี่ ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี และมียอดขายเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว


โดยแบรนด์ Bake, Zaku Zaku และ Rapl อยู่ระหว่างการปรับโมเดลสาขาใหม่ ซึ่งอาจเป็นการรวม 3 แบรนด์ร้านขนมภายใน 1 ร้านค้าในอนาคต ขณะที่ร้านชาบู Kagonoya ปัจจุบันมี 8 สาขา ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มเป็น 12 สาขาภายในปี 2564 ร้าน Crepes and Co. ปัจจุบันมีอยู่ 3 สาขา ภายในปี 2564 จะขยายเพิ่มอีก 2-3 สาขา และ Le Boeuf ปัจจุบันมี 1 สาขา เตรียมขยายในปี 2564 อีก 3-4 สาขา ซึ่งบริษัทจะเน้นการขยายสาขาในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ค่าเล่ามีความเหมาะสม เพื่อที่จะทำให้บริษัทมีมาร์จิ้นที่ดี


จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X