> SET > STARK

05 สิงหาคม 2020

STARKกำไรแรง5,345% กดพี/อีดิ่งแย้มQ3เด้งต่อ

STARKโอกาสเทรดวอร์ ลุยเจาะตลาดสหรัฐQ4นี้


STARK คาดฟรีโฟลทเป็นไปตามเกณฑ์ตลท.ภายในสิ้นปี 63


ทันหุ้น-สู้โควิด : STARK โชว์กำไรไตรมาส 2 กระฉูด 5,345% แตะ 440 ล้านบาท เกินคาดเป็นร้อยล้าน ผลการรับรู้รายได้หลังเทคยักษ์สายไฟเวียดนาม กดพีอีย้อนหลัง 4 ไตรมาส จาก 96 ลงเหลือ 75 เท่า ประเมินหากครึ่งหลังโตเท่าครึ่งแรก พีอีจะเหลือ 34 เท่า ด้านผู้บริหารแย้มไตรมาส 3 ดีต่อเนื่อง แบ็คล็อคเลื่อนมารับรู้Q3ขณะที่ต้นทุนลด


บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK แจ้งผลดำเนินงานไตรมาส 2/2563มีกำไร 440.49ล้านบาท เพิ่มขึ้น  5,345%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 8.09ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งแรกปี 2563 มีกำไร 701.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 428%เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 132.67 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ และธุรกิจสายไฟฟ้าในเวียดนาม-บริษัทย่อยในไทย


นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STARK เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/2563บริษัท ฯ มีรายได้ 4,657ล้านบาท เติบโตขึ้นเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน  1,624ล้านบาท หากเทียบธุรกิจเดิมเติบโต 5,262% และ กำไรสุทธิ 440.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  5,345%  และเมื่อเปรียบเทียบไตรมาส 1/2563 ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจใหม่อยู่นั้นจะพบว่ารายได้เติบโต 54.7 % กำไรเติบโต 68.8 % 


สำหรับผลประกอบการที่ดีขึ้นทั้งรายได้และกำไร ในไตรมาส 1ต่อเนื่องไตรมาส 2 ของปีนี้ มีสาเหตุจากกรับรู้รายได้จากบริษัทย่อยในประเทศไทย และการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการซื้อกิจการ บริษัทสายไฟรายใหญ่ในเวียดนาม คือ Thinh Phat Cables JointStock Company (thipha) และ Dong Viet Non-Ferrous Metal And Plastic Joint Stock Company (dovina)ในสัดส่วน 100%


@ P/E ลดลงเหลือ 34 เท่า


ผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น หรือ พี/อี (P/E ratio ) ของบริษัทลดลงจาก 96เท่า ( ณ 3ก.ค.63 ) เหลือ 75 เท่า หากพิจารณาจากงบการเงิน 4ไตรมาส ย้อนหลัง อย่างไรก็ดี หากพิจารณาสมมติฐานที่ว่ากำไรสุทธิของบริษัทในครึ่งหลังของปี 2563ไม่แตกต่างจากครึ่งแรกของปี 2563อัตราส่วน P/E จะเท่ากับ 34เท่า


นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 มีโอกาสที่ผลประกอบการจะดีกว่าไตรมาส 2 เนื่องจากมีแบ็คล็อคที่เลื่อนการรับรู้รายได้จากไตรมาส 2 มารับรู้ในไตรมาส 3 ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับระบบซัพพลายเชน ทำให้เกิดการประหยัดต้นทุน นับเป็นการเติบโตทั้งรายได้ และกำไร


นอกจากนี้ยังมีการปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจสายไฟหลังการควบรวม มีการเริ่มขยับขยายธุรกิจจากเดิมขายสายไฟส่งต่อให้องค์กร มาสู่การค้าปลีก (B2C) มากขึ้น และขณะนี้ “เฟ้ลปส์ ดอด์จ” ก้ได้เริ่มส่งสายไฟไปที่เวียดนามบ้างแล้ว รวมไปถึงจะมีได้กลุ่ม B2B ระดับกลางบนเข้ามาในไตรมาส 4 โดยในเวียดนามจะมีการขยายสายไฟไปสู่ทางตอนบนของเวียดนาม ไปฮานอย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก


@โอกาสเวียดนามเพียบ


นายชนินทร์ ระบุว่า โอกาสการเติบโของเวียดนามสูงมากจากการลงทุนสูง จีดีพีโต 4.5% ทำให้โดยเฉพาะการสร้างอินฟาสตรักเจอร์เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันเวียดนามมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 2หมื่นเมกะวัตต์แต่ใน 3 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นเมกะวัตต์ หรือ 3เท่า จะเห็นได้ว่าตอนนี้ประมูลสร้างโรงงานไฟฟ้าเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งพวกนี้ก็ต้องการสายส่งราว 1 พันกิโลเมตร ขณะที่ในการดำเนินโครงสร้างพื้นฐานต้องใช้สายไฟ 3 สาย สายเมน 1 เส้น และมีมีสายย่อยอีกจึงเป็นโอกาส ส่วนในไทยก็จะเติบโตต่อเนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูง การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมไปถึงยังมองหาโอกาสเพิ่มเติมในอินโดนีเซีย และยังมีการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง


บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ประเมินประเมิน STARK อยู่ในช่วงการเติบโต ทิศทางกำไรยังมีโอกาสขึ้นทำ New High โดยจะเร่งตัวขึ้นจากในครึ่งปีหลัง หลังจากเข้าซื้อกิจการที่เวียดนาม ซึ่งเห็นการซินเนอร์ยี่ทั้งในแง่ของการขยายฐานลูกค้าและการลดต้นทุนทั้งทองแดง ค่าไฟ และแรงงานต่ำ รวมถึงการโตจากการควบรวมกิจการอื่นๆ คงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 926 ล้านบาท เติบโต 647.4% ขณะที่ปี 2564 กำไรจะเติบโตมากจากขายสายไฟให้กับลูกค้ารัฐและเอกชนในเชิงรุกแนะนำหาจังหวะเข้าซื้อรับทิศทางกำไรที่จะเติบโตก้าวกระโดด โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 เท่ากับ 2.52 บาทต่อหุ้น อิงพีอี 38 เท่า

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X