> mai > SICT

31 กรกฎาคม 2020

SICTหุ้นน้ำดีเปิดเทรดพุ่ง200% ออร์เดอร์ไมโครชิพจ่อเข้าเพียบ

SICTไมโครชิพสัญญาณฟื้น ออเดอร์ไหลเข้ายาวยันปีหน้า


จับตา SICT-TQM


ทันหุ้น - สู้โควิด - SICT ปลื้มเปิดเทรดวันแรกพุ่งพรวด 200% แตะ 4.14 บาท จากราคาไอพีโอ 1.38 บาท เดินหน้านำเงินระดมทุนขยายธุรกิจไมโครชิพ ต่อยอดการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี มั่นใจดันรายได้โตปีละ 20% หรือเติบโตสองเท่าภายใน 4 ปี ฟากโบรกเคาะกำไรปี 2563 พุ่งขึ้น 33.8% คาดช่วงที่เหลือของปีออร์เดอร์ไมโครชิพไหลเข้าเพียบ


นายมานพ ธรรมศิริอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT  ประกอบธุรกิจออกแบบ วิจัยและพัฒนาวงจรรวม (Integrated Circuit Design) หรือไมโครชิพ เปิดเผยว่า หุ้น SICT เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) เป็นวันแรก มีความพอใจต่อราคาหุ้นเปิดที่ 4.14 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 200% จากราคาเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ 1.38 บาท/หุ้น


ขณะที่ปัจจุบันนักลงทุนเริ่มรู้จักเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งบริษัทเป็นผู้พัฒนาไมโครชิพที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์ระบบระบุข้อมูลของวัตถุที่ขึ้นทะเบียนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก


เสริมฐานทุนแกร่ง


โดยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในเครื่องมือ อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบ และทดสอบไมโครชิพ รวมถึงลงทุนทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร ลงทุนหรือร่วมลงทุนในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจด้านการออกแบบ และพัฒนาวงจรรวม หรือมีนวัตกรรมที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจของบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ


อย่างไรก็ตามหลังจากการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai บริษัทตั้งเป้าเติบโตปีละ 20% หรือเติบโตเป็นสองเท่าภายใน 4 ปี (2563 – 2566 )ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจจากการที่กลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่ตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทมีลูกค้ารายใหญ่สำคัญของโลก และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทได้


นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุนในระดับต่ำโดยก่อน IPO อยู่ที่ 0.4 เท่า ซึ่งคาดว่าหลังจากเข้าระดมทุนบริษัทจะมีอัตราหนี้สินต่อทุนลดลงเหลือ 0.1 เท่า


กำไร Q1 โต 583%


สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 15.58 ล้านบาท เติบโต 583% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.28 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายจำนวน 95.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.70% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 72.85 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายสินค้ากลุ่มไมโครซิฟสำหรับระบบกุญแจสำรองอิเล็กทรอนิกส์ยายนยต์ ที่กลับมามีสัดส่วนรายได้ของกลุ่มใกล้เคียงกับปี 2561


บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง SICT ว่า กำไรไตรมาส 1/63เพิ่ม 1.54 เท่าจากไตรมาสก่อนหน้า และ 5.53 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายเติบโตและอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ยอดขายงวด ไตรมาส 1/63กลับมาเติบโต 30.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ยกเว้นยอดขายไมโครชิพสำหรับระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตถึง 138% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลบวกทั้งค่าเงินบาทที่เริ่มกลับมาอ่อนค่าและความกังวลเรื่องสงครามการค้าจีนและสหรัฐเริ่มคลี่คลาย


มาร์จิ้นพุ่ง 48.6%


ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นงวดไตรมาส 1/63 ขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 48.6%จากผลบวกไม่มีการตั้งสินค้าด้อยค่าในงวดไตรมาส 1/63 และต้นทุนที่ลดลงตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง เป็นผลให้กำไรงวดไตรมาส 1/63อยู่ที่ 15.7 ล้านบาท เพิ่ม 154% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 553% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ทั้งนี้คาดกำไรปี 2563 เติบโต 33.8%และเติบโตต่อเนื่องอีก 23.4% ในปี 2564 คาดการณ์ยอดคำสั่งที่รับรู้รายได้ในปี 2563แน่นอนแล้ว 225.5 ล้านบาท ช่วงที่เหลือของปีคาดจะมีคำสั่งเข้ามาอีกทั้ง ไมโครชิพสำหรับระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ ตามจำนวนรถยนต์เก่าที่เพิ่มขึ้นในแถบยุโรป และไมโครชิพแท็กลงทะเบียนสัตว์เพิ่มตามจำนวนแกะและวัวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในออสเตรเลีย คาดหนุนให้กำไรปี 2563 เติบโตถึง 33.8%จากปี 62 มาอยู่ที่ 33ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องอีก 17.9% ในปี 2564

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X