> SET >

15 กรกฎาคม 2020

เปิดโผ 9 หุ้นพื้นฐานดี-ปันผลโดดเด่น, กลยุทธ์ลงทุน

ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้แนะนำ 9 หุ้นพื้นฐานดีและปันผลโดดเด่น ให้นักลงทุนพิจารณาประกอบการตัดสินใจการลงทุน พร้อมกลยุทธ์การลงทุน 


บล.ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ ได้คัดเลือก 9 หุ้นพื้นฐานดีและปันผลเด่นประกอบด้วย 


 1.AP - คาด Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 4% (ในภาวะการณ์ปกติ 6% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 7.20 บาท จุดเด่น คือ ครอบคลุมฐานลูกค้าทั้งแนวราบ และแนวสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่งผู้บริหารมีประสบการณ์สูง และมีความรู้ด้านการเงินมาก เชื่อว่าจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้

          

2. BTS - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 2-3% (ในภาวะการณ์ปกติ 5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 12.80 บาท ธุรกิจมีความมั่นคง มีโอกาสเติบโตจากการได้เส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง และมีเงินลงทุนที่ดี

          

3. DRT - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 4-5% (ในภาวะการณ์ปกติ 6-7%) ราคาพื้นฐาน 6 บาท บริษัทมีการเติบโตของกำไรที่ดี ซึ่งมาจากส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น และมาร์จิ้นแข็งแกร่ง โดยหลักมาจากธุรกิจอิฐมวลเบาที่ทำกำไรได้ดีขึ้น ฐานะการเงินดี จ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอ 

          

4. INTUCH - คาด Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 4% (ในภาวะการณ์ปกติประมาณ 4.5-5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 64 บาท โดยมูลค่าหุ้นเกือบทั้งหมดมาจากการถือหุ้น ADVANC 40.45% (เราเลือก INTUCH เพราะให้ Dividend Yield สูงกว่า ADVANC ประมาณ 1% ต่อปี)

          

5. HANA - คาด Dividend Yield ปี 63F ไว้ที่ 2.5-3.0% (ในภาวะการณ์ปกติ 4-5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 30 บาท จุดเด่น คือ ผลิตชิ้นส่วนฯที่ใช้กับสมาร์ทโฟน ซึ่งมีความต้องการซื้ออยู่สม่ำเสมอในยุค New Normal ไม่มีหนี้ ฐานะเป็นเงินสดสุทธิราว 10 บาท/หุ้น

          

6. PTT - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 3-3.5% (ในภาวะการณ์ปกติ 5% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 45 บาท จุดเด่น คือ เป็นผู้ประกอบการพลังงานครบวงจร โครงสร้างผู้ถือหุ้นแข็งแกร่ง มีปัจจัยกระตุ้นจากการจะนำบริษัทย่อย  คือ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ

          

7. RJH - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 3-4%  (ในภาวะการณ์ปกติ 4-5%) ราคาพื้นฐาน 28 บาท เราชอบที่โรงพยาบาลเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานคนไข้ประกันสังคมที่แข็งแกร่งในพื้นที่จ.อยุธยา โรงพยาบาลมี Economy of scale ดีขึ้นเรื่อยๆ และในปีนี้มีรายได้จากตรวจโควิด-19 เข้ามาช่วยเสริมด้วย 

          

8. SC - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 4-5% (ในภาวะการณ์ปกติ 7-8% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 2.49 บาท บริษัทมีความมั่นคงในฐานะการเงินและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ธุรกิจไปได้ดี สามารถประคองตัวได้ในช่วงวิกฤต และมี Valuation จูงใจ ณ ราคาหุ้นปัจจุบันมี P/E ปี 63F ที่ 5 เท่า และ P/BV ต่ำเพียง 0.5 เท่า 

          

9. TISCO - คาด Dividend Yield ปี 63F เท่ากับ 4% (ในภาวะการณ์ปกติ 7-8% ต่อปี) ราคาพื้นฐาน 87 บาท ความน่าสนใจ คือ บริหารงานอย่างอนุรักษ์นิยม เน้นดูแลคุณภาพสินทรัพย์ มีสำรองฯสูง เงินกองทุนแข็งแกร่ง และมี ROE สูงที่ 18-19% 


--หุ้นปันผลสูงที่ดีเป็นอย่างไร? 

          

1) ธุรกิจมั่นคง มีเสถียรภาพ เติบโตได้ใน New Normal, 2) ฐานะการเงินแข็งแกร่ง หนี้สินสุทธิไม่สูง หรือเป็นเงินสดสุทธิ, 3) ไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก, 4) บริหารงานอย่างโปร่งใส และผุ้บริหารมีวิสัยทัศน์ สามารถนำพาธุรกิจให้เดินหน้าไปได้ในระยะยาว และ 5) จ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานที่แท้จริง ไม่ได้กู้เงินมาจ่ายปันผลสูงๆ 


--อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) = เงินปันผลจ่าย / กำไรสุทธิ

          

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) = เงินปันผลต่อหุ้น / ราคาหุ้น โดยปกติบริษัทจดทะเบียนจะกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลเอาไว้อยู่แล้ว เช่น จ่ายไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ เป็นต้น รวมถึงอาจมีนโยบายด้วยว่าจะจ่ายปันผลปีละกี่ครั้ง เช่น ทุกไตรมาส, ปีละ 2 ครั้ง, ปีละ 1 ครั้ง ขึ้นกับลักษณะธุรกิจ ความเสถียรของกระแสเงินสดในแต่ละไตรมาส และฐานะทางการเงินของบริษัท  


ข้อดีของการมีหุ้นปันผลดีไว้ในพอร์ต หลักๆ คือ 

          

1) ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แม้ในยามวิกฤตและตลาดผันผวนที่ทำให้พอร์ตมี Capital Loss มากจนขายหุ้นไม่ได้เพราะติดสูง ฯลฯ ซึ่งอย่างน้อยก็ได้รับเงินปันผลเข้ามาเป็นระยะ

          

2) ลดความเสี่ยงพอร์ต เพราะหุ้นปันผลบางตัวมีค่า Beta ต่ำมากจริงๆ เพราะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในช่วงตลาดหุ้นซบเซา ขณะเดียวกันคนที่มีหุ้นก็กอดเอาไว้เพื่อรับปันผล 


**กลยุทธ์ลงทุน


จังหวะในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเราต้อง Set สมการของตัวเองไว้ว่าเราต้องการอะไรจากหุ้นปันผล...สมมติว่าเราตั้งหลักโดยใช้มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเป็นตัวตั้ง (ซึ่งต้องมั่นใจว่าราคาพื้นฐานที่เราจะใช้อ้างอิงเป็นราคาที่มีความน่าเชื่อถือ) และคาดหวัง Capital Gain 10% ดังนั้น ราคาหุ้นที่เราจะซื้อก็ต้องมี Upside จากราคาที่จะซื้อไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อบวกกับ Dividend Yield ที่จะได้รับก็จะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่คาดหวังราว 13-18% เป็นต้น



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1


จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X