> SET >

08 กรกฎาคม 2020

Covid-19 ยังแพร่ระบาด โบรกฯ คาด SET อ่อนตัวก่อนจะสลับรีบาวด์

ทันหุ้น-สู้โควิด : โบรกเกอร์คาดตลาดหุ้นไทยช่วงเช้า แนวโน้มอ่อนตัวลงตามตลาดต่างประเทศ Covid-19 ทำให้มีการขายทำกำไรช่วงสั้น เน้น Trading  รอสะสมเพิ่มที่บริเวณแนวรับ 1360 / 1340 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะสลับรีบาวด์ขึ้นได้จากแรงเก็งกำไรหุ้นรายตัว เช่น หุ้นที่งบ 2Q20 เติบโตขึ้น หรือกลุ่มส่งออกที่ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า


**บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชี้ SET Index  ปิดที่ระดับ 1373.22 จุด (+0.95 จุด) ระหว่างวันดัชนีไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1380 จุดได้ ทำให้ไม่ใช่ Breakaway Gap โดยระยะสั้นเริ่มเห็นสัญญาณการย่อตัว แต่อย่างไรก็ดีแนวโน้มระยะกลางเรายังให้น้ำหนักเป็นเชิงบวก


กลยุทธ์การลงทุน

มีหุ้น  ทยอยทำกำไรบางส่วน รอสะสมเพิ่มที่บริเวณแนวรับ 1360 / 1340 จุด ตามลำดับ

ไม่มีหุ้น  รอซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว หาจังหวะการเข้าเก็งกำไรช่วงบริเวณ 1360/1340 จุด และรอขายเมื่อดัชนีดีดกลับ

ประเมินแนวรับ 1360/1340 แนวต้าน 1390/1400


**บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามตลาดต่างประเทศ จากความกังวลการติดเชื้อ Covid-19 ของสหรัฐฯ-บราซิล ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง สหรัฐฯอาจ sanction จีนเร็วๆ นี้ ด้านของไทย ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศมาตรการช่วยลูกหนี้เฟสสอง ลบต่อหุ้นกลุ่มนี้ และไทยอาจเลื่อนการเปิดให้เดินทางระหว่างประเทศเต็มรูปแบบ (จากเดิม ส.ค.)  กลยุทธ์ ตลาดยังผันผวน แนะเล่นสั้น ระวังหุ้นแรงขายทำกำไรหุ้นที่ราคาขึ้นมามาก 


ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.8% วันที่ผ่านมา สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  รบกวนตลาดเป็นระยะๆ ทุกครั้งที่เห็นตัวเลขนี้สูง เนื่องจากมีผลไปถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ(โลก) และการเดินทางระหว่างประเทศ ยกตัวอย่าง ของไทยเองที่ค่อนข้างแน่นอนว่าการอนุญาตเดินทางระหว่างปรเทศที่มีแผนจะเริ่ม ส.ค.จะถูกเลื่อนออกไป (ลบต่อหุ้นการบิน-ท่องเที่ยว)  


ราคาน้ำมันดิบ Brent อ่อนตัวลงมา trade แถวๆ $42 เหรียญอีกครั้งจากผลกระทบ Covid-19 และคาดตัวเลข stock น้ำมันดิบของสหรัฐฯรายงานคืนนี้จะเพิ่มขึ้น จะทำให้แรงซื้อหุ้นน้ำมัน-ปิโตรเคมี ที่หนุนตลาดหุ้นไทยวานนี้แผ่วลงได้ 


ด้านหุ้นธนาคาร BBL-BAY ออกมาตรการช่วยลูกหนี้เฟสสอง ตามนโยบาย ธปท. ข่าวนี้ เป็นลบต่อหุ้นธนาคารในเรื่องรายได้ที่จะลดลง และสะท้อนถึงปัญหา NPLs ที่น่าจะยังสูง  .


การที่ตลาดหุ้นจีน ปรับตัวสูงขึ้น 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากมุมมองในทางบวกต่อตลาดหุ้นจีนเอง ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกทำให้คนซื้อหุ้นในตลาดหุ้นจีน ตลาดหุ้นอื่นๆ จึงไม่ได้บวกตามตลาดหุ้นมากนัก 


ตัวแปรอื่นๆ เรายังรอดูการปรับ ครม. และการออกมาตรการเศรษฐกิจใหม่ๆ (รอ 10 ก.ค.)  วันนี้จะมีการประชุม ครม. และรายงานประชุม กนง.ครั้งที่ผ่านมา(24 มิ.ย.) ที่มีการปรับลด GDP เป็น -8.1%


#Strategy

Covid-19 ทำให้มีการขายทำกำไรช่วงสั้นเป็นระยะๆ  จึงยังคงเน้น Trading ช่วงสั้น หรือทยอยเก็บหุ้นราคาลงมามาก ความเสี่ยงของตลาดสัปดาห์นี้  2 เรื่องยังคงอยูคือ การติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันของสหรัฐฯ และมาตรการ sanction สหรัฐฯต่อจีน(ฮ่องกง) โดยมีข่าวว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณาในเรื่อง การ ban สถาบันการเงินจีนและนโยบาย peg ค่าเงินฮ่องกง (ปัจจุบัน  7.75-7.85 ฮ่องกงดอลล่าร์/ดอลลาร์สหรัฐฯ)


หุ้นแนะนำในพอร์ต วันนี้ ปรับ BCH ออก แทนด้วย DCC*   หุ้นในพอร์ตหลักจะประกอบด้วย IVL (20%), KCE (10%), PTG (10%), JMT (20%), DCC *(10%)  ส่วนพอร์ต KTBST SET50 (Skynet) มีหุ้น  WHA (20%), CRC(20%), ADVANC(20%), BGRIM (20%)


#Strategy top picks

BGRIM  (เป้าเชิงกลยุทธ์ 60 บาท)  –  การใช้ไฟฟ้ากลับมาเพิ่มขึ้น และมีแผนลงทุนต่อเนื่อง ตลาดมีความผันผวนอีกครั้ง หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า พอจะเป็นหลุมหลบภัยในช่วงนี้ได้  การผลิตของลูกค้ากำลังทยอยกลับมา ภาคธุรกิจจะใช้ไฟฟ้ากันมากขึ้น จะหนุนให้รายได้จากการขายไฟฟ้ามากขึ้น 


BGRIM เซ็นสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ผุด โรงไฟฟ้าไฮบริดโครงการอู่ตะเภาเฟส 1 กำลังการผลิต 95 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 3.8 พันล้านบาท 


BGRIM สนใจลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน  ด้วยทั้งในรูปแบบโครงการ Quick Win และโครงการทั่วไป


Technical: JMART, MONO


**บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ส่องแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ มีมุมมองเป็นลบคาด SET อ่อนตัวทดสอบแนวรับ 1,360 - 1,365 จุดก่อนจะสลับรีบาวด์ จากความกังวลการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 ในสหรัฐยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่องโดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 5 หมื่นราย/วัน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจรวมถึงฉุดให้ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงซึ่งเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานและภาพรวมตลาด 


อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะสลับรีบาวด์ขึ้นได้จากแรงเก็งกำไรหุ้นรายตัว เช่น หุ้นที่งบ 2Q20 เติบโตขึ้น หรือกลุ่มส่งออกที่ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงนี้   


กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy 

- กลุ่มอาหาร (CPF, GFPT, TFG) และ กลุ่มอิเล็ค (KCE, DELTA, HANA) ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลง 

- กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น  (TOP, PTTGC, SPRC, BGRIM, CKP, TASCO, STA, SPALI) 

- MINT, CENTEL, ERW, AOT, AAV อานิสงส์ครม.ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ 


หุ้นแนะนำวันนี้

DELTA (ปิด 59.75 ซื้อ /เป้าสูงสุด IAA Consensus 62 บาท) ระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ระยะกลางถึงยาวมี Growth story จากความต้อง พาวเวอร์ซับพลายสำหรับเครื่องมือทางการแพทย์ และ รถยนต์ EV ที่เพิ่มขึ้นจากการมาของเทคโนโลยี 5G (DELTA เป็นผู้ผลิต Power supply รายใหญ่)


TU (ปิด 13.2 ซื้อ/เป้า 15.3) ได้ Sentiment บวกจากค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโร ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ 2Q20 มีแนวโน้มที่จะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 900-1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ราคายังมี downside จำกัด เพราะมี P/E ต่ำเพียง 13 เท่า คิดเป็น -2.5SD 


บทวิเคราะห์วันนี้ 

LPN (4.76 ปรับลดเป็นถือ/เป้า 4.10), PTTEP  (95.5 ถือ/เป้า 80.0) 


ประเด็นสำคัญวันนี้ 

(-) ดาวโจนส์ร่วง 397 จุด กังวลจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ในสหรัฐกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง และเจ้าหน้าที่สหรัฐต้องการจำกัดวงเงินเยียวยาผลกระทบจาก Covid-19 : ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 397 จุด (-1.5%) ปิดที่ระดับ 25,890 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐกลับมาเร่งตัวขึ้นเป็น 5.5 หมื่นราย เทียบจาก 2  วันก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 4.5 หมื่นราย และ 5 หมื่นรายตามลำดับ 


นอกจากนี้นักลงทุนยังมีความกังวลจากความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ หลังจากที่ นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่าสหรัฐต้องการควบคุมหรือจำกัดวงเงินสำหรับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ไว้ไม่ให้เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งวงเงินดังกล่าวอาจน้อยเกินไปหากการแพร่ระบาดยังคงรุนแรงและยืดเยื้อ 


(-) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน - การปิโตรเลียมสหรัฐรายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล ขณะที่หุ้นโรงกลั่นมีข่าวลบจากซาอุฯ ปรับขึ้นราคา OSP : กลุ่มธุรกิจน้ำมันมี Sentiment ลบหลังจากที่เมื่อคืนการปิโตรเลียมของสหรัฐ (API) รายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐกลับมาเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล เทียบจากสัปดาห์ก่อนที่ลดลง 8.16 ล้านบาร์เรล 


ขณะที่คืนนี้ติดตาม EIA รายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์เช่นกัน Consensus ส่วนใหญ่คาดว่าสต๊อกน้ำมันดิบจะลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล ลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ส่วนกลุ่มโรงกลั่นถูกกดดันหลังจากซาอุฯประกาศเพิ่มราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (OSP) ในตลาดหุ้นเอเชียอีก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากเดิม 0.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็น 1.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นกดดันให้ค่าการกลั่นของผู้ประกอบการยังอยู่ในระดับต่ำ


(+/-) สัปดาห์นี้ติดตาม ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาทิ ช็อบช่วยชาติ และ การท่องเที่ยว : สัปดาห์ที่ผ่านมา นาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ มีคำสั่งให้กระทรวงการคลังและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและการท่องเที่ยวในประเทศ เพิ่มเติม 


ทั้งนี้คาดว่ามาตรการต่างๆ น่าจะเริ่มเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์นี้ อาทิ โครงการช็อปช่วยชาติ และ การท่องเที่ยวในประเทศ โดยครั้งนี้คาดว่าจะเป็นมาตรการที่เน้นกระตุ้นให้กลุ่มผู้มีกำลังซื้อออกมาท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น หากทั้ง 2 มาตรการได้รับความเห็นชอบจาก ครม. จะส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค้าปลีก (CPALL CRC COM7 JMART) และ กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) 


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X