> SET > CK

01 กรกฎาคม 2020

รถไฟฟ้าสีส้มมาแล้ว เข้าสู่วัฎจักรการลงทุนรอบใหม่

CK เดินหน้าประมูลโครงการใหม่ครึ่งปีหลัง, ตั้งเป้ารายได้ 2 หมื่นลบ.


ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ CK ที่ระดับ "A" แนวโน้ม Stable


ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) สแกน "กลุ่มรับเหมา" แนะจับตาการประมูลสายสีส้ม หนุนงานในมือเพิ่มกว่า 1 แสนล้านบาท โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรีมีกำหนดการประกาศเชิญชวนวันที่ 3-9 ก.ค.นี้ และขายซองวันที่ 10-24 ก.ค. ก่อนให้ยื่นซองภายในเดือนก.ย.และเซ็นสัญญาภายในเดือนธ.ค. 2020 โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยงานโยธา สายสีส้มตะวันตกซึ่งเป็นสถานีใต้ดินทั้งหมด และงานเดินรถสายสีส้มตลอดเส้นทางเป็นระยะเวลา 30 ปีรูปแบบ PPP Net Cost มูลค่ารวม 1.4 แสนล้านบาท


ฝ่ายวิจัยมองว่าการแข่งขันจะอยู่ในระดับที่สูง จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างไรก็ดีผู้เข้าประมูลหลักคาดเป็น BEM (บริษัทร่วมของCK) ในฐานะผู้รับสัมปทานสายสีน้ำเงินและเดินรถสายสีม่วงในปัจจุบันกับกลุ่ม BTS ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานสายสีเขียว, ชมพูและเหลืองซึ่งคาดจับมือกับ STEC ขณะที่ทางด้านงานโยธาคาดเป็นการSub-contract ให้กับผู้รับเหมารายใหญ่จากลักษณะงานที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะเอื้อให้แก่ผู้ที่มีประสบการณ์ก่อสร้างงานอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินอย่าง CK และ ITD 


เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนภาครัฐ จากประมาณการ GDP ของธปท. และFSS มีเพียงการอุปโภคและการลงทุนของภาครัฐที่ขยายตัวในปีนี้และปีหน้าโดยเราประเมินว่างานประมูลภาครัฐจะถูกผลักดันออกมาได้มากขึ้นตั้งแต่ 2H20 และส่วนใหญ่เป็นลักษณะ PPP ในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะ ซึ่งเป็นตลาดผู้รับเหมารายใหญ่โดยโครงการที่เราคาดว่าจะเปิดประมูลในปี 2020-2021 มูลค่ารวม6.3 แสนล้านบาท อาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้ม, สายสีม่วงใต้, สายสีแดงต่อขยายและรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทางอย่างไรก็ดีการลงทุนภาคเอกชนคาดชะลองลงในปีนี้จากความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจแต่จะฟื้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีหน้าจากลงทุนของภาครัฐเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของเอกชนให้กลับมาลงทุนได้ในระยะถัดไป


ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติตตามคือ 1) ภาวะการแข่งขันที่สูงอาจกดดันความสามารถในการทำกำไร2) ต้นทุนวัสดุก่อสร้างซึ่งคิดเป็น 50% ของต้นทุนทั้งหมดอย่างไรก็ดีเราประเมินว่ายังไม่น่ากังวลอ้างอิงจากดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างใน 5M20ลดลง 3% Y-Y และงานภาครัฐยังมีค่าK ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าก่อสร้าง3) ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเนื่องจากการแพร่ระบาดของCOVID-19 ส่งผลให้มีแรงงานต่างด้าวที่กลับไปประเทศและยังไม่สามารถนำกลับมาทำงานได้อาจทำให้เกิดปัญหาแรงงานไม่เพียงพอต่อความต้องการหากปริมาณงานภาครัฐถูกขับเคลื่อนออกมามาก และไม่สามารถหาแรงงานไทยมาทดแทนได้


ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มฯเป็น “มากกว่าตลาด” สะท้อนอุตสาหกรรมขาขึ้นรอบใหม่ ทั้งนี้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็น ”มากกว่าตลาด” จากมุมมองบวกกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เข้าสู่วัฎจักรขาขึ้นรอบใหม่หลังกรอบเวลาของการประมูลงานภาครัฐเป็นรูปธรรมรวมถึงการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ 2H20 เป็นบวกโดยตรงกับผู้รับเหมาที่เน้นรับงานก่อสร้างโครงการภาครัฐ และหนุนการเติมงานในมือของกลุ่มฯที่ณสิ้น 1Q20 อยู่ที่ 1.15 แสนล้านบาทเร่งขึ้นทำสถิติใหม่และรองรับรายได้ตั้งแต่ปี 2021 ต่อเนื่องไปอีก 3-6 ปีข้างหน้านอกจากนี้ฐานะการเงินโดยรวมของกลุ่มฯยังแข็งแกร่งสะท้อนศักยภาพในการประมูลงานเพิ่ม


ขณะที่ Valuation ของกลุ่มถือว่าไม่แพงราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2020-2021 เฉลี่ย 15.3x ต่ำกว่าปี 2016 ที่ 23.5x ซึ่งมีBacklog 1 แสนล้านบาทน้อยกว่าปัจจุบัน รวมถึง Implied PBV2020-2021 เฉลี่ย 1.6x เทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -1.5SD โดยระยะสั้นคาดมีแรงเก็งกำไรหลังเปิดเผยกรอบเวลาที่ชัดเจนของรถไฟฟ้าสายสีส้มทั้งนี้อ้างอิงสถิติจากการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลืองในปี 2016 ในช่วงวันที่มีการประกาศเชิญชวนการเข้าประมูลถึงวันสุดท้ายของการขายซองพบว่าราคาหุ้นกลุ่มของกลุ่มฯปรับขึ้นเฉลี่ย 11% ภายใน 1 เดือนโดยผู้รับเหมารายใหญ่ CK +15% , STEC +13% ส่วนฐานรากSEAFCO, PYLON +8% ทำให้คาดว่าการประมูลในครั้งนี้จะเป็น Catalyst หนุนราคาหุ้นของกลุ่มฯในช่วงนี้ได้เช่นกัน 


เลือก Top Pick เป็น CK ตัวเต็งงานก่อสร้างสายสีส้ม และมีศักยภาพรับงานอื่นอีกมาก  โดยเลือกหุ้นเด่นเป็น CK เนื่องจากมองว่า BEM มีโอกาสสูงที่ชนะการประมูลจากแต้มต่อในฐานะผู้เดินรถใต้ดินรายเดียวในประเทศขณะที่ CK เชี่ยวชาญในการก่อสร้างงานอุโมงค์หาก BEM ชนะการประมูลจะเติมงานให้ CK ราว 1 แสนล้านบาทหนุนให้ Backlog เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว และปลายปีนี้มีโอกาสแตะระดับมากกว่าแสนล้านบาทอีกครั้งในรอบ 6 ปีขณะที่มีศักยภาพในการเข้าประมูลงานเพิ่มและกระจายความเสี่ยงไปยังบริษัทลูก (BEM, CKP, TTW) ที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอซึ่งราคาปิดของ CK ที่ 20 บาทต่ำกว่า NAV ที่ถือในบริษัทลูกที 38.79 บาท/หุ้นอยู่มาก


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X