> mai > PDG

11 มีนาคม 2020

PDGออร์เดอร์Q1เข้าอื้อ ยิ้มรับต้นทุนพลาสติกลด

PDG เร่งเครื่องปั๊มมาร์จิ้นพุ่ง กูรูชี้ปันผลสูง7.4%-เป้า4.20บ.


‘PDG"เร่งปั๊มยอดขายวิ่งชนเป้ากูรูชี้งบQ3โต40%-ปันผลสูง7%


ทันหุ้น - PDG รับสองเด้ง ออเดอร์ไตรมาส 1/63  ไหลเข้าเพียบ แถมราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวลดลงหนุนมาร์จิ้นพุ่ง ฟากผู้บริหารคาดยอดขายปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 676.95 ล้านบาทเล็งประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแผนลงทุนในช่วงเมษายนนี้ คาดเคาะงบหลักสิบล้านบาท


นายธงชัย ตันสุทัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) หรือ PDG เปิดเผยว่าบริษัทประเมินแนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการไตรมาส 1/2563 จะยังเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนเม็ดพลาสติกหรือวัตถุดิบหลักปรับตัวลดลง ประกอบกับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้าในไตรมาส 1/2563 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่อย่างไรก็ตามแม้ราคาต้นทุนเม็ดพลาสติกจะปรับตัวลดลง แต่บริษัทจะต้องจับตาดูดีมานด์ หรือความต้องการใช้แพ็จเกจจิ้งหรือบรรจุภัณฑ์ว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร


ผลงานไปได้สวย

ทั้งนี้บริษัทเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง การสั่งซื้อสินค้าจากเดิมลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าเป็นรูปแบบสำเร็จรูปมาเป็นพรีฟอร์ม หรือบรรจุภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป เนื่องจากราคาถูกกว่าบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป ขณะเดียวกันทิศทางการขายสินค้าประเภทพรีฟอร์มของบริษัทยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งบริษัทเริ่มทำการตลาด โดยขายสินค้าให้กับลูกค้ากลุ่มเดิม รวมถึงการขยายฐานสินค้าในกลุ่มใหม่


“ไตรมาส 1/63 ยังไม่น่าห่วง ออเดอร์และการสั่งซื้อสินค้าไปเติบโตได้ อีกทั้งต้นทุนราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลง ทำให้ต้นทุนการผลิตของเราน่าจะลดลงตามไปในทิศทางเดียวกัน แต่เรายังคงต้องติดตามดูว่าราคาต้นทุนลด แต่ความต้องการใช้สินค้าบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดจะเป็นอย่างไร” นายธงชัยกล่าว


ขณะที่ยอดขายในปี 2563 บริษัทคาดจะทำได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 676.95 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทคาดมาร์จิ้นปีนี้จะสูงกว่าปีก่อน เพราะบริษัทได้รับอานิสงส์จากราคาต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวลดลง โดยราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงราว 5% จากต้นปีมาถึงปัจจุบัน ส่วนอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) บริษัทจะพยายามรักษาให้ใกล้เคียงตัวเลขสองหลักปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 60% ซึ่งยังเพียงพอต่อการผลิตและรับออเดอร์ในอนาคต


ชงผู้ถือหุ้นลงทุน

บริษัทจะเร่งเพิ่มยอดขายให้ได้มากที่สุด และบริษัทจะพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่า และพยายามหาฐานลูกค้าใหม่ให้มากขึ้น โดยยอดขายหลักยังมาจากการขายสินค้าในประเทศเป็นหลัก 100% พร้อมกันนี้บริษัทเตรียมจะประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อขออนุมัติแผนการลงทุนในปี 2563 ช่วงเดือนเมษายน เบื้องต้นคาดงบลงทุนจะอยู่ในหลักสิบล้านบาท


อนึ่งผลประกอบการงวดปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 65.878 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ 56.806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.072 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 15.97% ขณะที่รายได้จากการขาย บริษัทมีจำนวน 672.846 ล้านบาท เทียบกับปี 2561 ที่ 699.983 ล้านบาท ลดลง 27.137 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าเก่าบางรายชะลอการซื้อ ประกอบการการแข่งขันในตลาดมีภาวะสูง และลูกค้าหลักปรับเปลี่ยนการซื้อสินค้าบางส่วนจากขวดเป็นพรีฟอร์ม


นอกจากนี้ต้นทุนของบริษัทปรับตัวลดลงจาก 579.237 ล้านบาท ในปี 2561 ลดลงมาเหลือ 528.483 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนลดลง 50.754 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 8.76% จากการลดลงของราคาวัตถุดิบ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X