> SET > STARK

12 กุมภาพันธ์ 2020

พลังงานสั่งกฟผ.ลุยสายส่ง STARK-SCI-AIรอรับงาน

STARKดันลูกเข้าตลาด ลุยเวียดนามกองทุนจ้อง


โบรกชู STARK กำไรโดดทั้งปี 315% วางเป้า 2.40 บาท


ทันหุ้น- รัฐมนตรีพลังงานเปิดแผนให้ กฟผ. ลุยลงทุนสายส่งใน-นอกประเทศ รับนโยบายเป็นฮับไฟฟ้าอาเซียน พร้อมหนุนโรงไฟฟ้าเอกชนลุยนอก นักวิเคราะห์ชี้เป้า STARK-SCI-AI-GUNKULได้ประโยชน์ด้านบิ๊กSTARK รอรับงาน ชี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านการจ่ายเงินระบุความต้องการสายไฟแรงสูงพุ่งตามการพัฒนาประเทศ


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ "หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น"ว่า กระทรวงพลังงานจะให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นแกนหลักในการดำเนินการเข้าลงทุนในส่วนของสายส่งให้ครอบคลุมกับนโยบายที่การเป็นศูนย์กลางการค้าไฟฟ้าของอาเซียน


โดยไทยต้องการเป็นเทรดเดอร์ หรือ ตัวกลางในการขายไฟฟ้า เนื่องจากมีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีในภูมิภาคที่จะเชื่อมโยงการขายไฟฟ้าจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า มาสู่ประเทศที่กำลังเติบโตและยังขาดแคลนไฟฟ้า เช่น เมียนมา กัมพูชา ดังนั้นจำเป็นต้องให้ กฟผ. การเข้าไปลงทุนสายส่งเชื่อมโยงไปสู่ประเทศเป้าหมายต่าง รวมถึงการเข้าไปร่วมลงทุนสายส่งในต่างประเทศด้วย


"การจะเป็นศูนย์กลางอาเซียนได้ จะต้องมีสาธารณูปโภคพร้อม โดยในส่วน กฟผ. เอง มีการพัฒนาสายส่ง เข้าสู่พื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะสามารถเก็บค่าผ่านไฟได้ ส่วนค่าไฟฟ้าต่างๆ ก็อาจจะต้องถูกกว่า ซึ่งปัจจุบัน ลาวเอง อยากขายไฟฟ้ามายังไทย ซึ่งเป็นไฟฟ้าพลังงานน้ำราคาถูก แต่ในวันนี้ไทยเองมีก็มีไฟฟ้าเกิน โอเวอร์ซัพพลาย ดังนั้น เมื่อไทยเป็นเทรดเดอร์ไฟฟ้า เราซื้อไปส่งให้กับเพื่อนบ้านได้ ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้หมด โดยจะให้ กฟผ. ดำเนินการเข้าลงทุนสายส่งทั้งในประเทศ และการไปร่วมลงทุนต่างประเทศ เพื่อที่จะให้นโยบายออกมาเป็นรูปธรรม"


นายสนธิรัตน์ ระบุด้วยว่า พร้อมที่จะนำบริษัทเอกชนไทยไปลงทุนพลังงานไฟฟ้าในต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าบริษัทไทยมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพทั้งการดำเนินงานและต้นทุน


@STARKเฮพร้อมรับงาน

นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการบริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ STARK ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายสายไฟ เฟลป์สดอดจ์ เปิดเผยว่า นโยบายกระทรวงพลังงานการที่ กฟผ. จะเข้าไปดำเนินการพัฒนาสายส่งทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จะส่งผลดีกับบริษัทในฐานะผู้ผลิตสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งผลิตได้ขนาดสูงสุดถึง 500KV ที่จะเข้ารับงานต่อจาก กฟผ. ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในด้านการจ่ายเงิน ทั้งนี้ ความต้องการสายไฟแรงสูงเพื่อพัฒนาสายส่ง ยังมีคงมีอย่างต่อเนื่อง ตามการพัฒนาประเทศต่างๆ


ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เข้าซื้อกิจการด้านสายไฟฟ้า สายเคเบิลในเวียดนามคือ ThinhPhat Cables Joint Stock Company หรือ Thipha Cables และ Dovina Viet Non-Ferrous Metal and Plastic Joint Stock Company หรือ Dovinaซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสายไฟฟ้า กำลังผลิต120,000ตัน และ 148,000ตันส่งผลให้บริษัทกลายเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน+ออสเตรเลีย+นิวซีแลนด์ซึ่งพร้อมจะรองรับกับคำสั่งซื้อได้


ด้าน นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นโยบายของกระทรวงพลังงานดังกล่าวหากเกิดขึ้นจริงจะมีมูลค่าสูง และจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตสายไฟฟ้าแรงสูง และ โครงเหล็ก เนื่องจากสายส่งจะใช้อุปกรณ์เหล่านี้สูง ดังนั้นมองว่าบริษัทที่ได้ผลประโยชน์คือผู้ผลิตสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งได้แก่ เฟลป์สดอดจ์หรือปัจจุบันคือ STARK ผู้ผลิตสายไฟรายใหญ่ และมีคู่แข่งน้อยราย


ในส่วนของโครงเหล็กผู้ที่ดำเนินการคือ บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือ SCI  ซึ่งอาจจะมีคู่แข่งมากหน่อย รวมไปถึงผู้ประกอบการลูกถ้วยไฟฟ้า บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AI  ที่จะได้รับประโยชน์ด้วย ขณะเดียวกันยังมองว่า บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ก็มีโอกาสที่จะได้รับงานในฐานะผู้รับเหมา EPC ซึ่งได้รับงานจาก กฟผ. อย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ดี นักลงทุนจะต้องรอดูว่านโยบายดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งบริษัทจะมีแบ็คล็อกก็ต่อเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X