> SET > COTTO

03 สิงหาคม 2018

COTTO เทรด ครึ่งปีกำไรวูบ มูลค่าหุ้น5.4บ.

COTTO กำไร Q2 ที่ 41 ลบ.โต 95% หลังต้นทุนพลังงานลด


COTTOคลายล็อกหนุนดีมานด์ ทุ่ม370ล.อัพไลน์ผลิตทำเงิน


ทันหุ้น –COTTO พร้อมเทรดวันนี้ (3 ส.ค.) ในหมวดวัสดุก่อนสร้าง หลัง TGCI ควบรวม 4 บริษัทย่อยในเครือ SCC ด้านโบรกส่องผลงานครึ่งปีมียอดขาย 6 พันล้านบาท ด้านฐานนะทางการเงินแกร่ง 1.3 หมื่นล้านบาท D/E 0.4 เท่า BV อยู่ที่ 1.50 บาท เคาะมูลค่าหุ้น 5.40 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันนี้ (3 ส.ค.) โดยไม่มีราคาสูงสุดและต่ำสุด ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้าง โดยมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท. และหุ้นชำระแล้ว จำนวน 5,962,621,233 หุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นทุนชำระแล้ว 5,962,621,233.00 บาท *เกิดจากการควบรวม โดยก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า บริษัท ไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGCI และบริษัทย่อย 4 บริษัทของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ได้แก่ 1.บจก.เซรามิคอุตสาหกรรมไทย 2.บจก.เดอะ สยาม เซรามิคกรุ๊ปอินดัสทรี่ส์ 3.บจก.โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) และ 4.บจก.เจมาโก ได้ดำเนินการควบบริษัท และนายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัดรับจดทะเบียนควบบริษัทแล้ว ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวสิ้นสภาพจากการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และ COTTO รับโอนทรัพย์สิน หนี้ สิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบทั้งหมดของบริษัทข้างต้น ขณะที่อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 (4) และ 171 (1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จึงสั่งเพิกถอนหลักทรัพย์ของ TGCI จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และรับหลักทรัพย์ของ COTTO เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนการควบบริษัท กล่าวคือตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 (มีผลในระบบการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2561) และเริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม2561 *ครึ่งปียอดขาย 6 พันล. บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2561 บริษัทมียอดขายกระเบื้องเซรามิค 6.0 พันล้านบาท (-10.5% จากปีก่อน) เพราะอุปสงค์ที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ และจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อน ทั้งนี้บริษัทมียอดขายในประเทศ 78% และส่งออก 22% (ตลาดหลักอยู่ในกลุ่มอาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เป็นต้น) สำหรับรายได้จากนิคมอุตสาหกรรมในครึ่งปีแรก 2561 มีเพียง 24 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้อื่นๆ จากค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมฯ ดอกเบี้ยรับ เงินปันผล กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรจากขายทรัพย์สิน และอื่นๆ 118 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27% ลดลงจากครึ่งปีแรก 2560 ที่ 29% เพราะต้นทุนก๊าซและพลังงานสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายขายและบริการต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 26.5% จาก 26.1% ในครึ่งปีแรก 2560 สำหรับกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2561 เท่ากับ 55 ล้านบาท ลดลงมากจาก 164 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก 2560 *เคาะมูลค่าหุ้น 5.40 บ. ด้านฐานะการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 เท่ากับ 1.3 หมื่นล้านบาท และมี D/E ต่ำที่ 0.4 เท่า ส่วน Book Value เท่ากับ 1.50 บาทต่อหุ้น เปรียบเทียบกับ DCC ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 DCC มี BVS เท่ากับ 0.58 บาทต่อหุ้น ณ ราคาปัจจุบันของ DCC ที่ 2.08 บาทต่อหุ้น มี P/BV 3.6 เท่า ถ้าให้ P/BV ของ COTTO เท่ากับ DCC ที่ 3.6 เท่า จะได้มูลค่าหุ้น COTTO เท่ากับ 5.40 บาทต่อหุ้น
จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X