Gold Futures 11 Jan 2017 by GTWM (night)

18

11-01-2560 17-15-47

ราคาทองคำตลาดโลกในวันนี้ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการปรับขึ้นที่อ่อนแรงตามการกดดันของการแข็งค่าในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนมีความคาดหวังต่อการปราศรัยก่อนเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่มีการปราศรัยอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไปเมื่อคืนนี้ ดังนั้น ประเด็นนี้จึงมีความสำคัญที่จะชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งจะหนุนให้ดัชนีดาวน์โจนส์ทะยานบวกขึ้นเหนือระดับ 20,000 จุด แต่จะเป็นลบต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนแสดงความกังวลมากขึ้นต่อความเสี่ยงของการใช้นโยบายเศรษฐกิจที่อาจเผชิญกับอุปสรรคตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือ หรือ คาดว่าการบังคับใช้นโยบายอาจถูกประวิงเวลาออกไปนานมาก ก็จะเป็นผลบวกต่อตลาดทองคำที่จะเข้าสู่ช่วงตรุษจีนในปลายเดือนนี้ทันที ดังนั้น จึงมีแนวโน้มที่การปรับพอร์ตของนักลงทุนรายใหญ่จะสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลกไปอีก 2 สัปดาห์

แนวต้าน Spot Gold :  US$1,197 / US$1,207

แนวรับ Spot Gold :  US$1,180 / US$1,170

แนะนำ :  พอร์ตเล่นสั้นเน้น long เมื่ออ่อนตัว, พอร์ตเล่นรอบถือ long ต่อไป

News Update
–              ไมเคิล โฟรแมน ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เตือนว่า นโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เสนอให้มีการจัดเก็บภาษีบริษัทที่มีโรงงานผลิตอยู่ในต่างประเทศนั้น จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทสัญชาติอเมริกันในระยะยาว เมื่อ 95% ของจำนวนผู้บริโภค, 80% ของกำลังซื้อ และตลาดที่สินค้าของเรามียอดขายเติบโตเร็วที่สุดอยู่นอกสหรัฐฯ จึงมีความเสี่ยงอย่างมากถ้าหากประเทศอื่น ๆ สามารถตามทัน ก็อาจได้เห็นการไหลออกของภาคการผลิตในสหรัฐฯ ในขณะที่นโยบายตั้งกำแพงภาษีนำเข้ามีแนวโน้มที่จะถูกต่อต้านจากองค์การการค้าโลก (WTO) และจะเป็นการดึงบริษัทสัญชาติอเมริกันออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันในระดับโลก

–              รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของธนาคารโลกคาดการณ์ว่า สหรัฐฯจะขยายตัว 2.2% ในปี 2560 และขยายตัว 2.1% ในปี 2561 พร้อมระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลกในภาพรวม โดยหากมีการใช้นโยบายปรับลดภาษีธุรกิจตามข้อเสนอของทรัมป์ GDP อาจพุ่งขึ้นแตะ 2.2-2.5% ในปี 2560 และ 2.5-2.9% ในปี 2561 แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปรับใช้นโยบายการเงินภายใต้การนำของรัฐบาลชุดใหม่ทั้งในสหรัฐฯและอังกฤษ อาจตอกย้ำให้สถานการณ์ของภาคการลงทุนทั่วโลกย่ำแย่ลงกว่าเดิม และอาจฉุดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงอีกด้วย ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า GDP ของจีนจะขยายตัว 6.5% ในปี 2560 และ 6.3% ในปี 2561 ในทิศทางที่ขยายตัวอย่างมั่นคง จากการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยมุ่งเน้นการพึ่งพาภาคบริการมากขึ้นแทนที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.7% ในปี 2560 และขยายตัว 2.9% ในปี 2561 ด้านกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศอุตสาหกรรมจะขยายตัวดีขึ้นที่ระดับ 4.2% ในปี 2560 และ 4.6% ในปี 2561

ที่มา : บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด
โดย : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม