ตลาดหุ้นตก..อย่าจิตตก

สถานการณ์การเทขายหุ้นทิ้งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นบ้านเราในตอนนี้นั้น ดัชนีไหลรูดทรุดต่ำลงกว่า 1,600 จุด หลุดทุกแนวรับ ซึ่งหุ้นทั้งตลาดโดยเฉพาะหุ้นที่มีขนาดของ Market Cap ใหญ่ที่มีผลต่อมูลค่าของตลาดหุ้นค่อนข้างมากต่างโดนแรงขายกระหน่ำกดจนราคาหุ้นพากันอ่อนทรุด นักลงทุนต่างพากันวิตกกังวล ตกใจกับภาวะของตลาดขาลง สาเหตุอะไรที่เป็นปัจจัยลบที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยแดงกันทั้งตลาด ที่เห็นจากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ ส่วนใหญ่ก็บอกเป็นไปตามสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจของทั่วโลกจากสงครามการค้า ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่อ่อนแอ ราคาหุ้นในตลาดหุ้นไทยดูค่อนข้างแพงในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน เหล่านี้เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น จะด้วยสาเหตุประการใดก็ตามตลาดหุ้นบ้านเราก็หลีกเลี่ยงภาวะที่จะถูกเทขายออกมาไม่ได้  ตอนนี้ต้องถือว่าตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดหุ้นที่อ่อนแรงพร้อมที่จะทรุดลงได้หากมีปัจจัยข่าวลบเข้ามากระทบ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือต่อภาพของตลาดที่ยังคงดูไม่ดีในตอนนี้ให้ได้

อย่างไรก็ตามถึงแม้ตลาดหุ้นจะดูไม่ดีนักแต่ใช่ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจะไม่สามารถทำได้เลยเพียงแต่นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังที่จะก้าวเดินเพื่อไขว้คว้าหาความสำเร็จ  การลงทุนที่มุ่งหวังสู่ความสำเร็จนั้น จำต้องมีความพร้อม มีเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดี  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ ความเข้าใจ การวิเคราะห์และประเมินได้อย่างถูกต้องถึงการเคลื่อนไหวและแนวโน้มของราคาหุ้นว่ามีปัจจัยชี้นำในเชิงบวกหรือลบและจะมีอิทธิพลต่อตัวหุ้นในแบบไหนบ้าง

นักลงทุนจำต้องให้เวลากับการลงทุน ให้เวลาที่จะติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นปัจจัยชี้นำต่อตลาดและตัวหุ้น ต้องให้เวลาในการคิดพิจารณา ไตร่ตรอง ประเมินแนวโน้มหุ้นในอนาคตให้ได้อย่างชัดเจน รู้ลึกรู้จริง ในมูลค่าของหุ้นเป้าหมายว่าในอนาคตมูลค่าที่แท้จริงจะอยู่ตรงไหน โดยพิจารณาจากข้อมูลของบริษัทในเรื่องของผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่ามีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่ โครงสร้างการบริหารมีความเป็นมืออาชีพมีแผนงานที่จะสร้างรายได้และความสามารถในการดำเนินงานในอนาคตเป็นอย่างไร หากคิดว่าจะทำเพื่อการก้าวสู่ความสำเร็จที่คาดหวังกับการลงทุนที่ดีครับ

ความมั่นใจในการลงทุน มักจะเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนเองสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงได้ และประเมินรู้ได้ถึงอนาคตของมูลค่าหุ้นว่าอยู่ตรงไหน  เมื่อตลาดหรือราคาหุ้นมีการแกว่งตัวไปในทิศทางใดก็ตามโดยที่พื้นฐานที่แท้จริงที่เราประเมินรู้แล้วนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัย  จิตใจของนักลงทุนก็จะไม่ไขว้เขว จิตตกวิตกกังวล แต่กลับจะนิ่งมีสมาธิที่พร้อมจะวางแผนเพื่อการลงทุนอย่างมีสติมั่นคง บนความรู้จริงของเรานั่นเอง  นี่คือสิ่งที่นักลงทุนต้องมีความพร้อมต่อการลงทุน  เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่พื้นฐานที่ควรจะเป็นแล้ว เมื่อนั้นการลงทุนในหุ้นเป้าหมายก็จะสามารถเดินไปสู่ความสำเร็จที่ดีที่พึงหวังได้แน่นอนครับ

ส่วนนักลงทุนที่เล่นหุ้น บนจิตนาการความคาดหวังที่ขาดเหตุผลรองรับได้  ชอบที่จะเล่นแห่ตามกระแสข่าวลือ ข่าวสร้างต่างๆ เน้นการเก็งกำไรเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ  บนความไม่รู้จริง ไม่มีข้อมูล ขาดการวิเคราะห์ไตร่ตรองเล่นหุ้นด้วยอารมณ์เหนือเหตุผล สุดท้ายแล้วเมื่อเกมจบลง  เหล่านักเก็งกำไรเหล่านั้นมักจะตกเป็นเหยื่อของผู้คุมเกม  สร้างความเสียหายอย่างมากมายต่อการลงทุน ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนเองจำต้องสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายกับการลงทุนแบบนี้ เพียงแค่ให้เวลากับการลงทุน คิดไตร่ตรอง ให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุนบนความรู้จริง ที่เราประเมินได้  ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมนะครับ

สรุปแล้วการลงทุนที่จะประสบความสำเร็จสร้างผลตอบแทนที่ดี คือการลงทุนที่ต้องประเมินรู้ในมูลค่าของหุ้นในอนาคตว่า มูลค่าในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าในอนาคตมากน้อยเพียงใด พิจารณาปัจจัยกระทบในทุกมิติได้ ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดีคืนกลับมาดังที่หวังไว้ได้ การลงทุนที่มุ่งเน้น คัดเลือกหุ้นที่มูลค่าที่แท้จริงแล้วไตร่ตรองด้วยเหตุผลแล้วโอกาสที่นักลงทุนจะสามารถไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยตนเอง ย่อมสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย  สร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเองในการลงทุนที่ดีต่อไปในอนาคตได้ โชคดีครับ