เจริญอู้ฟู่ปันผล3.7พันล. ชี้FPT- BJCอนาคตไกล

ทันหุ้น—“เสี่ยเจริญ” รับทรัพย์ปันผล 3.7 พันล้านบาท หลัง 5 บจ.ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2562เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.5 พันล้านบาท จากกำไรที่เติบโตขึ้น วงการชี้บริษัทในเครือของเสี่ยเจริญกอดหุ้นทำสภาพคล่องการซื้อขายน้อย ด้านโบรกเกอร์ เชียร์หุ้น FPT และ BJC คาดปีหน้ายังมีการเติบโตต่อเนื่อง

เปิดพอร์ต นายเจริญ สิริวัฒนภักดี  ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียน(บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ปัจจุบัน 11 บริษัท โดยถือหุ้นทางตรงและถือผ่านบริษัทในเครือ ประกอบด้วย บริษัท ยูนิเวนเจอร์ส จำกัด(มหาชน) หรือ UV, บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ OISHI, บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ FPT, บริษัท แผ่นดินทอง พร็พอเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) หรือ GOLD

บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน) หรือ SSC, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC,  บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMARIN, บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ INSURE

บริษัท อาหารสยาม จำกัด(มหาชน) หรือ SFP ,บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEG และล่าสุดที่เพิ่งเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้แก่ บริษัท แอสเสท เวิรด์คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC

@ 5บจ.จ่ายปันผลรวม6.21บ.

จากการรวบรวมข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า 5 บริษัทที่ประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปีออกมาแล้ว ซึงมีการจ่ายในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ประกอบด้วยหุ้น UV ซึ่งประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 1.00 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่จ่ายในอัตรา 0.26 บาทต่อหุ้น, หุ้น OISHI จ่ายในอัตราหุ้นละ 4.00 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งจ่ายในอัตราหุ้นละ 2.80 บาท, หุ้นFPT  จ่ายเงินปันผลในงวดปี 2562 ที่หุ้นละ 0.46 บาท เทียบกับปีก่อน (1 ม.ค.-30 ก.ย.2561) ในอัตราหุ้นละ 0.27 บาท

นอกจากนี้ก็มี GOLD ในปี 2562 จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.48 บาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อนจากในอัตราหุ้นละ 0.46 บาท และ SSC จ่ายในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท จากปีก่อน ที่งดจ่ายเงินปันผล ขณะที่ SFP ประกาศงดจ่ายเงินปันผลในปีนี้

ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 5 บริษัทยังไม่ได้มีการประกาศเกี่ยวกับเงินปันผลประจำปี โดย BJC ก่อนหน้านี้ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท เทียบกับปีก่อน ซึ่งมีการจ่ายปันผลทั้งปี 2561 ในอัตรา 0.73 บาท โดยได้จ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.18 บาทเท่ากับปีนี้

**รับทรัพย์ 3.7 พันลบ.

การที่ 5 บจ.ดังกล่าวมีการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 เพิ่มขึ้น สาเหตุเนื่องจากมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น โดย UV กำไรสุทธิปี 2562 เพิ่มขึ้น 58.82% ,  OISHI กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 21.59%, FPT กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 172.50%, GOLD กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.81% มีเพียง SSC ที่ผลประกอบการยังขาดทุนสุทธิ ที่ 452.52 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น 62.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่บริษัทของนายเจริญ ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน 5 บจ.ดังกล่าว ได้รับเงินปันผลประจำปี 2562 รวม 3,729.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ให้เงินปันผลประมาณ 2,203.37 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,526 ล้านบาท

โดยพิจารณาจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นใน 5 บริษัทดังกล่าว ได้แก่ UV ข้อมูล ณ  21 มิ.ย.2562 มีบริษัท อเดลฟอส จำกัด  ซึ่งเป็นของนายเจริญ ถือหุ้นใน UV จำนวน 1,033.21 ล้านหุ้น หรือ 54.04% และยังมีบริษัท สิริภักดีธรรม จำกัด ถือหุ้น 228.80 ล้านหุ้น หรือ 11.97%

OISHI ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ค.2562 มีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ถือหุ้นใหญ่จำนวน 149.36 ล้านหุ้น หรือ 79.66%, FPT ข้อมูล ณ 20 มี.ค.2562 มีบริษัท เฟรเซอร์ส แอสเซ็ทส์ จำกัด ถือหุ้น 889.53 ล้านหุ้น หรือ 48.52% รองลงมาได้แก่บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์(ประเทศไทย) ถือหุ้น 751 ล้านหุ้น หรือ 40.95% ซึ่งทั้ง 2 บริษัทเป็นของนายเจริญ

GOLD ข้อมูล ณ วันที่ 7 ต.ค.2562 มี FPT ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 2,204.38 ล้านหุ้น หรือ 94.86% ส่วน SSC ข้อมูล ณ 3 ธ.ค.2561 มีบริษัท โซ วอเตอร์ จำกัด ถือหุ้นใหญ่ 171.95 ล้านหุ้น หรือ 64.67% และบริษัท เอสเอสเนชั่นแนลโลจิสติกส์ จำกัด ถือหุ้น 56.20 ล้านหุ้น หรือ 21.14% ซึ่งทั้ง 2 บริษัทก็เป็นของนายเจริญ เช่นกัน

**หุ้นสภาพคล่องซื้อขายน้อย

ทั้งนี้หุ้นในกลุ่มนายเจริญ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีสภาพคล่องในการซื้อขาย เนื่องจากมีฟรีโฟลทไม่มาก และบริษัทในเครือของนายเจริญ ถือหุ้นในสัดส่วนจำนวนมาก โดยมีหุ้นหลายบริษัทที่ฟรีโฟลทต่ำกว่า 20% ประกอบด้วย หุ้น FPT มีฟรีโฟลท 8.98% , หุ้น SEG มีฟรีโฟลท 3.88% หุ้น SSC ฟรีโฟลท 14.19% และหุ้น AMARIN ฟรีโฟลทอยู่ในระดับ 18.30%

**โบรกฯ เชียร์FPT-BJC

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่าหุ้น FPT เป็นหุ้น หุ้น Growth Story ที่ต้องจับตา เพราะมีพัฒนาการธุรกิจฟื้นตัวขึ้นเด่นชัด สะท้อนจากกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 55% จากปี 2559 จนถึงปี 2562 โดยพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขนาดใหญ่ และผนึกกำลังของ GOLD เข้ามา จะทำให้มีการเติบโตอย่างสมบูรณ์ โดยจ่ายเงินปันผลสูงถึง 0.46 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 3% ขณะที่ในปี 2563 คาดว่าจะเติบโตยิ่งขึ้น ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 20.10 บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด แนะนำซื้อหุ้น BJC ให้ราคาเป้าหมายที่ 59 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่ากำไรปี 2563 ยังเติบโตต่อเนื่อง จะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ 7.5% ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 7,125 ล้านบาท โดย BIGC ยังมีแผนเชิงรุกขยายสาขาในต่างประเทศอย่างชัดเจนทั้งในกัมพูชา และในลาว