ตลาดของผู้ที่มีความพร้อม

ตลาดหุ้นไทยดูจะอ่อนแรง ดัชนีเคลื่อนไหวแถวๆ 1,600 จุดบนแนวรับสำคัญ หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยจะดีนัก แรงซื้อที่เคยมีเข้ามาพยุงดัชนียามหลุด 1,600 จุด ก็หดหาย แรงขายปรับพอร์ตมือใหญ่ยังมีต่อเนื่อง แน่นอนผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุดคงหนีไม่พ้น นักลงทุนรายย่อย ที่ไม่รู้จะเลือกทางไหน สับสนจะขายก็กลัวเด้งใส่หน้า จะซื้อก็กลัวถูกทุบลงต่อ เป็นสถานการณ์ที่ตัดสินใจยากจริงๆครับ

หากจะว่าไปแล้ว ด้วยปัจจัยพื้นฐานโดยรวมของตลาดหุ้นบ้านเรา ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรมากมาย ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นๆ แม้จะถูกมองว่าตลาดหุ้นไทยดูเหมือนจะแพงเกินไป บนค่าพีอีสูงราว 18  เท่า แต่หากเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ก็ดูแพงไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากเวลานี้ ปัจจัยเรื่องราวข่าวลบ ความไม่ชัดเจนในหลายๆเรื่อง ทั้งสงครามการค้า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ทุกคนมองเชิงลบเหมือนกันหมด แต่ก็แปลกที่หลายๆตลาดหุ้นกับสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งพีอีตลาดสูงเกือบ 20 เท่าเข้าไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพคล่องที่ยังล้นอีกมากมายมหาศาล การลงทุนในตลาดหุ้นจึงยังเป็นแหล่งแสวงหาผลตอบแทนที่คุ้มค่าความเสี่ยง จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นกลับขาลงอีกครั้ง การลงทุนแท้จริงไม่เกิดเพราะกังวลเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่ดี สภาพคล่องเหล่านี้จึงวิ่งเข้าหาตลาดหุ้นนั่นเอง จึงเป็นที่มาว่าแม้ตลาดหุ้นจะดูแพงไปแล้ว แต่ก็ไม่มีตัวเลือกการลงทุนรูปแบบอื่นที่ยังให้ผลตอบแทนที่ดีอย่างตลาดหุ้นนั่นเองเพราะฉะนั้น ตลาดหุ้นอย่างไรเสียก็ยังมีเงินไหลเข้า ส่วนจะมากหรือน้อย เข้าตลาดที่ไหนมาก คงต้องดูปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย

ในยามที่ตลาดเป็นขาลงเช่นนี้ ราคาของหุ้นทั้งใหญ่ทั้งเล็กต่างก็ลดลงกันหมดมากน้อยต่างกันไป บางตัวนั้นลงมามากจนทำให้นักลงทุนตกอยู่ในความวิตกกังวลและความกลัวว่าตลาดจะยิ่งแย่ ลงไปเรื่อยๆ  มีนักลงทุนหลายคนเลือกที่จะขายหุ้นทิ้งปรับพอร์ตกันไปก่อน ขาดทุนไม่เป็นไรแต่อย่าขาดทุนเยอะ แต่ก็มีนักลงทุนอีกจำนวนไม่น้อยไม่กล้าตัดใจขายขาดทุนก็จะทนถือรอไปเรื่อยๆ หากแต่หุ้นนั้นเป็นหุ้นดีมีอนาคตก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นหุ้นปั่นเก็งกำไรก็น่าลำบากอยู่เหมือนกัน

ประการสำคัญสิ่งที่เราต้องทำในขณะนี้ก็คือ ต้องเข้าใจเหตุผลต่างๆก่อนว่า ทำไมหุ้นถึงตก  มันตกทั้งตลาด หรือตกแค่บางตัว เหตุผลต่างๆนั้นอาจจะเป็นในเรื่องของภาพรวมเศรษฐกิจโลก หรือเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือเฉพาะธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง และเมื่อได้รู้ถึงเหตุผลต่างๆแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด  ก็ให้กลับไปดูที่พื้นฐานของหุ้นที่เราถือหรือให้ความสนใจ ลองวิเคราะห์ไตร่ตรองเพิ่มเติมด้วยเหตุและผลที่เราได้มาว่า มันกระทบต่อหุ้นของเราอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ ในความคิดเห็นส่วนตัวยังมองตลาดหุ้นดังที่เห็นอยู่ในเวลานี้นั้น จะเป็นตลาดของนักลงทุนที่มีความพร้อม มีการทำการบ้านค้นคว้าหาหุ้นเป้าหมายตลอดจน วิเคราะห์ได้ถึงความเป็นไปของหุ้นที่ดีในอนาคตได้บนเหตุผลที่แท้จริง แล้วจะซื้อสะสมหุ้นถือรอคอย หรือจะรอจังหวะการพลิกกลับฟื้นคืนของตลาดหุ้นรอบใหม่ได้

เนื่องจากหากมองไปที่บนกระดานหุ้นในขณะนี้ ต้องยอมรับว่า หุ้นบนกระดานหลายตัวได้มีราคาปรับตัวลดลงจนต่ำเกินจริง ยิ่งพิจารณาถึงพื้นฐานของหุ้นหลาย ๆ ตัวที่เห็นแล้วก็น่าที่จะซื้อทยอยเก็บสะสม รอคอยตักตวงทำกำไรจากตลาดหุ้นในอนาคตได้  อย่างหุ้นแบงก์ หุ้นพลังงาน หุ้นรับเหมาก่อสร้าง หุ้นสื่อสาร ล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดี พีอีต่ำ ราคาถูกทั้งสิ้นที่เราไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเห็นกันบ่อยนัก

หลังจากนี้อาจเห็นราคาหุ้นลดลงอีก แนวโน้มหุ้นไม่สดใส สภาพจิตใจของนักลงทุนก็อาจห่อเหี่ยว จิตตก โดยเฉพาะนักลงทุนที่มีหุ้นเต็มพอร์ตแดงไปหมด หันไปทางไหนก็มีแต่กระแสข่าวเรื่องราวที่ย่ำแย่ไปหมด ปัจจัยกระทบที่มีเข้ามาล้วนแล้วเป็นในแง่ลบทั้งสิ้น แต่หากเรารู้และเข้าใจถึงความเป็นไปของตลาดหุ้นที่เป็นอยู่ และมีสติไม่หวาดกลัว ยังคงย้ำเช่นเดิมในตลาดที่ทุกคนกลัวมักจะสามารถสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับคนที่กล้า สามารถเข้าใจ เรียนรู้ตลอดจนคิด วิเคราะห์พิจารณาได้บนสิ่งที่คาดหวังที่ดีในอนาคตได้ เพราะอย่างไรการลงทุนของเราก็ลงทุนเพื่ออนาคตอยู่แล้ว ปัจจุบันเป็นอย่างไรเราเข้าใจและผ่านมันไปให้ได้ก็เท่านั้นเอง โชคดีครับ