PLANETบินลัดฟ้าลุยกัมพูชา ศึกษาธุรกิจใหม่ต่อยอดคลาวด์

ทันหุ้น – ผู้บริหาร PLANET บินลัดฟ้าศึกษาธุรกิจใหม่ในประเทศกัมพูชา หวังต่อยอดธุรกิจคลาวด์ แย้มหากสำเร็จจะช่วยหนุนผลงานเติบโตก้าวกระโดดทุกปี โชว์ฝีมือ 9 เดือนแรกกวาดเงินเข้ากระเป๋า 20 ล้านบาท จากปีก่อน 2-3 ล้านบาท พร้อมคอนเฟิร์มผลงานมาตามนัด หรือโต 15-20%

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่นเอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANET ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจร เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจใหม่ เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจคลาวด์ โดยบริษัทได้เดินทางไปดูธุรกิจ และหาสินค้าใหม่แล้วที่ประเทศกัมพูชา

คลาวด์โตกระโดด

ทั้งนี้ธุรกิจคลาวด์เซอร์วิส ประกอบไปด้วย 1.การขายสินค้า 2.การขายบริการหลังการขาย และ3.การขายบริการแบบรายเดือน หากบริษัทสามารถนำธุรกิจหรือสินค้าใหม่เข้ามาเสริมปัจจุบัน คาดจะช่วยสนับสนุนธุรกิจดังกล่าวเติบโตก้าวกระโดดในทุกๆ ปี

ทั้งนี้บริษัทคาดรายได้จากธุรกิจคลาวด์ปีนี้จะเติบโตสูง โดย 9 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้เพียง 2-3 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจคลาวด์ไปต่างประเทศ ในเมียนมา กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นประเทศที่บริษัทมีการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตามบริษัทคาดสัดส่วนรายได้ต่างประเทศปีนี้จะยังไม่เพิ่มขึ้นสูง โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 5% ส่วนรายได้ในประเทศคาดอยู่ที่ประมาณ 95%

อนึ่ง ธุรกิจคลาวด์เป็นบริการอุปกรณ์และระบบสำนักงานอัจฉริยะบนคลาวด์ แบบเหมาจ่ายรายเดือน โดยปัจจุบันกลุ่มธุรกิจดังกล่าวถือว่าอยู่ในทิศทางที่ดี ทั้งนี้บริษัทจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ไปพร้อมๆ กับการรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งจะทยอยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

แบ็กล็อก 400 ล.

ขณะที่ทิศทางธุรกิจและผลประกอบการไตรมาส 4/2562 คาดจะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2562 ที่ผ่านมา เพราะบริษัทจะสามารถรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานในไตรมาส 4 ได้ค่อนข้างมาก ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog อยู่ที่ราว 400 ล้านบาท โดยจะรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาสนี้ราว 100 กว่าล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทมั่นใจรายได้ทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 15-20% จากปีก่อน 764.29 ล้านบาท รวมถึงบริษัทคาดอัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) ปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนที่ 23% โดยบริษัทคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 25% จากการคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายภายในองค์กรให้รัดกุมโดย 9 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้วที่ 688.60 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.46 ล้านบาท

ขณะที่ปี 2563 บริษัทจะมองหาธุรกิจใหม่ เช่น Smart city , Smart Security เข้ามาประกอบธุรกิจ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะธุรกิจเดิมอิ่มตัว คาดธุรกิจใหม่จะเข้ามาเติมเต็มและผลักดันรายได้ของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนแผนการดำเนินงานบริษัทยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากบริษัทต้องการดูแนวโน้มผลประกอบการและช่วงที่เหลือของปีนี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร