GLเงินสดท่วม3พันล. วางเป้าเทิร์นแรง20%

ทันหุ้น – GLชี้หมากธุรกิจมาถูกทางภาพเทิร์นเริ่มชัด โชว์ตัวเลขดีเลอร์ในไทยเพิ่มขึ้นแตะ 144 ราย หวังพ.ย.ไฮซีซั่นดันยอดกระฉูด ขณะที่กัมพูชา เมียนมาโตต่อ พร้อมจับมือ OPPO ในลาวกรุยทางสินเชื่อ รับเงินสดทะลุก 3 พันล้านบาทพร้อมใส่เกียร์ วางเป้าปีหน้าโต 20% ขณะที่ NPL ลดลง1%ทำต้นทุนลด 40 ล้านบาท วางเป้าลดลงอีก 2%

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานกรรมการบริหาร  บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้เป็นต้นไป จะเห็นผลลัพท์จากการที่บริษัทกลับมาเร่งดำเนินการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางได้มีการยกฟ้องกรณีที่เจ้าหนี้หุ้นกู้เจทรัตส์ยื่นให้ฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจากการพิจารณาของศาลได้ทำให้ความเชื่อมั่นของบริษัทกลับคืนมา และแสดงให้เห็นว่าความมั่นคงของบริษัท ตัวเลขส่วนทุนที่สูงเกือบ 6,000 ล้านบาทของบริษัทนั้นเชื่อถือได้ ตลอดจนการเจรจาด้านการค้าต่างๆสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

@ดีเลอร์พุ่ง

โดยในไทยเองบริษัทได้มีการเซ็นสัญญาตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ (ดีเลอร์) เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 108 รายในเมษายน 2562 เป็น 144 ราย สินเดือนกันยายน และจะยังขยายอย่างต่อเนื่องในช่วงไฮซีซั่นซึ่งเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จในการได้มาซึ่งตัวแทนจำหน่ายจากคู่แข่งรายอื่น และตัวแทนจำหน่ายที่เพิ่งเปิดใหม่ในภูมิภาค โดยจังหวัดนครสวรรค์นับเป็นภูมิภาคที่เริ่มมีสาขาในการดำเนินงานและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในธุรกิจต่างประเทศทั้งส่วนกัมพูชาเองได้มีการทำสัญญาใหม่เพิ่มขึ้น 36% ในไตรมาส 3 และมีโอกาสที่จะขยายเพิ่มเติมอีกมากในช่วงเดือนพฤศจิกยน2562- มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นเป็นช่วงไฮซีซั่น  ส่วนเมียนมายก็ยังมีแนวโน้มในการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของไมโครไฟแนนซ์ จาก 42 สาขาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเป็น 58 สาขา และกำลังเปิดอีก 3 สาขาเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับการปล่อยสินเชื่อรถสามล้อ ร่วมกับ บาจาจ ก็มีแนวโน้มที่ดี ในส่วนสปป.ลาว ล่าสุดได้เป็นพันธมิตรกับ บริษัทมือถือ OPPO ซึ่งจะส่งลูกค้าที่ซื้อสินค้าเงินผ่อนมาให้กับบริษัท

@เงินสด3พันล.

ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดที่พร้อมปล่อยกู้สูงถึง 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่หักการคืนหุ้นกู้กสิกรไทยแล้ว โดยบริษัทมีหุ้นกู้ที่เหลือครบกำหนดคืนราว 300 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนหุ้นกู้ของ เจทรัสต์ นั้นต้องรอคดีสิ้นสุดก่อน ยังไม่สามารถชำระคืนเงินต้นได้ อย่างไรก็ตามบริษัทได้มีการบันทึกการจ่ายดอกเบี้ยให้กับเจทรัสต์มาโดยตลอดซึ่งจะเริ่มสิ้นสุดในปีหน้า ดังนั้นปีหน้าบริษัทจะมีภาระการบันทึกดอกเบี้ยที่ลดลงค่อนข้างมาก ในส่วนของงบการเงินก็จะดีขึ้นด้วยเช่นกัน และด้วยความแข็งแกร่งของบริษัทจึงพร้อมที่จะรุกตลาดด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย

@วางเป้าโต 20% NPL ลดลง2%

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ในระดับในปีหน้าไว้ในระดับ 20% และจะเพิ่มพอร์ตสินเชื่อจาก 6 พันล้านบาท ขึ้นมาในระดับกว่า 7.500 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นตัวเลขการเติบโตในระดับเดียวกับเมื่อ 3 ปีก่อนที่

นายทัตซึยะ ระบุด้วยว่า สถานการณ์สินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนประเทศไทย อัตรา NPL ลดลงมากกว่า 1% จาก 7.5% เหลือ 6.1%ซึ่งจากพอร์ตโฟลิโอของประเทศไทยคือ 4,000 ล้านบาท และการลดลงของ NPL 1% จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายต่อปีลดลงราว 40 ล้านบาท

การที่ NPL และหนี้ค้างชำระได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องมาจากบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ การปรับทั้งเปลี่ยนนโยบายการให้สินเชื่อยุติการทำธุรกิจกับตัวแทนจำหน่ายที่สร้างอัตราหนี้เสียมากกว่า 10%ขณะที่นโยบายในการติดตามหนี้ ได้เปลี่ยนขั้นตอนการเรียกเก็บหนี้ทางโทรศัพท์ การออกพื้นที่และการยึดทรัพย์สินโดยมีการติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิด  ภายในปีหน้า ทางฝ่ายผู้บริหารเชื่อว่าอัตราจะลดลง 2% จากปัจจุบัน

นายทัตซึยะ กล่าวถึงความคืบหน้าของด้วยว่า บริษัทยังมีเงินหลักประกันจาก 2 บริษัทที่มีปัญหา ได้ตั้งสำรองไปก่อนหน้านี้ คือ ไซปรัส และ สิงคโปร์ โดยในส่วนของ ไซปรัส พันธบัตรรัฐบาลที่หมดอายุได้คืนเงินเข้ามาใน เอสโคร์ว จำนวนกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งได้ยืนดำเนินการขอเงินไปแล้ว คาดว่าจะได้ใน 2 เดือนข้างหน้า ส่วนหลักทรัพย์ที่เป็นที่ดินในบราซิลนั้น มูลค่ากว่า 900 ล้านบาทก็อยู่ในช่วงกำลังขายทอดตลาดคาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน-1ปี รวมมีโอกาสบันทึกกำไรกลับคืนอีก 1.2 พันล้านบาท

 

อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : ทันหุ้น
www.thunhoon.com