Dก้าวสู่ปีทองเก็บเกี่ยวผลลงทุน มีลุ้นกวาดรายได้ทะลุพันล้าน

ทันหุ้น – D ส่งสัญญาณธุรกิจปี 2563 เข้าสู่ปีแห่งการเก็บเกี่ยวผลจาการลงทุน คาดกวาดรายได้ทะลุ 1 พันล้านบาท เติบโตจากปีนี้ที่น่าจะทำได้ 800-850 ล้านบาท จากการขยายสาขาทั้ง 17 สาขา ชี้โรงพยาบาลฟันสดใส ต้นทุนค่าใช้จ่ายลด โดดรับอานิสงส์ค่าเงินบาท นำเข้าวัสดุทันตกรรมถูก เล็งประมูลงานภาครัฐหลัก 100 ล้านบาท

นายประทีป วาณิชย์ก่อกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เดนทัลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2563 จะเป็นปีของการเก็บเกี่ยวผลการลงทุนหลังจากที่บริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ บริษัทจะขยายสาขาทางทันตกรรม ก่อสร้างโรงพยาบาล รวมถึงเข้าลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ หรือการจำหน่ายสินค้าวัสดุทางทันตกรรม ทำให้ในปี 2563 บริษัทจะโฟกัสการลงทุน มากกว่าการขยายสาขาทันตกรรมเพิ่มเติม

รายได้ทะลุพันล้าน

ทั้งนี้บริษัทคาดรายได้ปี 2563 จะเติบโตเพิ่มขึ้น และเกิน 1 พันล้านบาท จากปีนี้บริษัทคาดรายได้จะอยู่ที่ 800-850 ล้านบาท สำหรับการเติบโตจะมาจากการรับรู้รายได้จากสาขาทันตกรรมทั้งสิ้น 17 สาขา ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์ทันตกรรม และคลินิกทันตกรรม ตั้งอยู่ในพื้นที่ กทม. 14 สาขา และภูเก็ต 2 สาขา ดำเนินการภายใต้ “BIDC” 1 สาขา “Dental Signature”4 สาขา “Smile Signature 8 สาขา และ”Dental Planet” 3 สาขา และสาขาที่เชียงใหม่ Chiang Mai International Dental Center หรือ CIDC

ประกอบกับบริษัทจะรับรู้รายได้การให้บริการโรงพยาบาลฟัน สุขุมวิท ซอย 2 ซึ่งมีห้องทันตกรรม จำนวน 19 ห้อง ห้องผ่าตัด และห้องเตรียมผ่าตัดเข้ามาเต็ม ทั้งนี้บริษัทคาดค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลดังกล่าวจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และรายได้จากการบริการได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน พร้อมกันนี้บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ลดลง เพื่อผลักดันผลประกอบการกลับมาเติบโตสูงขึ้น

บาทแข็งต้นทุนลด

ขณะที่กิจการ บริษัท เด็นตัลวิชั่น จำกัด (DV) ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ทางด้านทันตกรรมเข้ามาอย่างเต็มปี ขณะนี้บริษัทได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.แล้ว ปัจจุบันได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้การนำเข้าวัสดุ หรือต้นทุนลดลง แต่การจำหน่ายสินค้าดังกล่าวไม่ได้ทดแทนการบริการทางทันตกรรมที่ได้รับผลกระทบ หรือปรับตัวลดลงจากที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ระหว่างรอเข้าประมูลงานจากภาครัฐ มูลค่าหลัก 100 ล้านบาท สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา เพราะบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายจากการเพิ่มทุน และการเปิดโรงพยาบาล ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่ากระทบต่อกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาให้บริการ

ทั้งนี้บริษัทจะพยายามปรับสัดส่วนการให้บริการทางทันตกรรม โดยเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศ จากการให้บริการสาขาในกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลในย่านสุขุมวิท โดยคาดสัดส่วนกลุ่มลูกค้าจะใกล้เคียงกับที่ผ่านมาที่ 50:50