ปีนี้ทำใจ ปีหน้าลุ้นกันใหม่

ทำไปทำมาดัชนีตลาดหุ้นไทย หลุด 1,600 จุด ถึง 2 ครั้งในรอบเดือนนี้ ทำให้สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยดูไม่ค่อยจะดีนัก สร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะคนที่มีหุ้นในพอร์ต รวมถึงคนที่มือคันไปรับเอาของที่คิดว่าถูกแล้ว แต่ยังมีที่ถูกกว่า แนวรับ 1,600 จุดแนวรับทางจิตวิทยาที่มองกันว่าต้องไม่หลุด เพราะรอบที่แล้วดัชนีสามารถเด้งกลับขึ้นมาได้ แต่รอบนี้จะดีดกลับมาได้อีกหรือไม่ ยังต้องลุ้นครับ เนื่องจาก ปัจจัยลบความกังวลสงครามการค้ากลับมาอีกแล้ว หลังล่าสุด มีข่าวออกมาทำนองว่า การเจรจาเฟสแรกที่คาดว่าจะลงนามกันได้ภายในปีนี้ มีโอกาสจะต้องยืดออกไป

อีกทั้ง หากไม่มีการเซ็นข้อตกลง ก่อนวันที่ 15 ธ.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนล๊อตใหม่ที่เลื่อนมาจากครั้งก่อน สถานการณ์คงจะเลวร้ายมากกว่านี้แน่ แต่สหรัฐฯก็อาจจะเลื่อนออกไปอีกก็ได้ อันนี้คาดการณ์ไม่ถูกจริงๆครับ แต่สิ่งที่เห็นและเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย ปัจจัยสำคัญเรื่องผลประกอบการไตรมาส 3/62 ที่ออกมาอ่อนแอ จนทำให้มีการปรับประมาณกำไร บริษัทจดทะเบียนปีนี้ลง ย่อมสะท้อนถึงโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะเดินหน้าไปต่อในช่วงที่เหลือของปีนี้ เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

อย่างไรก็ดี ในเมื่อมองแล้วว่าปีนี้ตลาดคงจะไม่ไปไหนได้ไกล ทรงๆทรุดๆ จึงเป็นจังหวะเหมาะที่ นักลงทุนจะหันมามองทิศทางของตลาดหุ้นในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไรดีกว่าครับ เพื่อที่จะกำหนดกลยุทธ์การลงทุนของตนเองว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีในปีหน้า ขณะที่ในปีนี้เอาแค่ประคองเอาตัวรอด หรือเสียหายให้น้อยที่สุดน่าจะดีกว่าครับ ส่วนใหญ่แล้วนักวิเคราะห์ก็จะบอกว่าปีหน้าดัชนีตลาดหุ้นน่าจะขึ้น แต่จะมากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนักวิเคราะห์ก็มีบทบาทหน้าที่ ที่ต้องมองตลาดในแง่ดี เพราะต้องทำให้คนเข้ามาซื้อหุ้นซึ่งจะทำให้หุ้นปรับตัวขึ้นเป็นผลดีต่อทุกคนที่อยู่ในตลาดหุ้น อีกทั้งใครๆก็อยากจะได้รับฟังเรื่องดีๆกันทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีใครถูกหรือผิดครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจัยที่จะกำหนดผลตอบแทนของการลงทุนที่เราจะได้รับในอนาคต ลงทุนแล้วเราจะได้รับผลตอบแทนที่ดีในอีกหนึ่งปีข้างหน้าหรืออาจจะอีก 2-3 ปีข้างหน้าหรือไม่ สิ่งที่ต้องพิจารณาก็ไม่ได้ยากเกินไป ความถูกแพงของหุ้นที่เราสนใจ ราคาลดลงมามากเกินปัจจัยพื้นฐานหรือไม่ พีอีลดลงมาต่ำมากๆเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ โดยที่ตัวธุรกิจยังสามารถทำกำไรได้อยู่นะครับ ยิ่งมีสตอรี่ในแง่ของการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและฉายภาพได้ถึงการเติบโตที่เป็นจริง ไม่เพ้อฝัน ยิ่งต้องจับตาทำการบ้านเป็นพิเศษเลย เพราะเมื่อยามตลาดพลิกกลับมาได้ จะเป็นโอกาสทองที่เราจะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงามเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้มีสิ่งยืนยันได้ร้อยเปอร์เซนต์ว่าจะเป็นอย่างที่คาด แม้จะทำการบ้านหรือวิเคราะห์มาอย่างดีแล้วก็ตาม เนื่องจากบางครั้งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรืออยู่เหนือการควบคุมที่มีอยู่มากมายที่อาจกระทบตลาดในเชิงลบอย่างมากก็ได้ ดังนั้น สำหรับนักลงทุนแล้ว การเลือกเฟ้นหาและลงทุนในหุ้นที่สามารถจะอยู่รอดได้ตลอดในทุกสถานการณ์จึงเป็นที่สิ่งสำคัญอย่างมาก ต้องหาให้เจอครับ

สุดท้ายปลายสัปดาห์ นี้ จะมีหุ้นน้องใหม่เข้าเทรดอีกหนึ่งตัว คือ APP หรือ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) ที่ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายโซลูชั่นด้านการออกแบบอย่างครบวงจร ทั้งซอฟต์แวร์สำหรับออกแบบอุตสาหกรรม (MEC) และสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง (AEC) รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านการออกแบบ 3 มิติ (Hardware) ได้แก่ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) และเครื่องสแกน 3 มิติ ตลอดจนการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

โดยเสนอขายหุ้นไอพีโอ 80 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.57% ของหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย ในราคาหุ้นละ 2.46 บาท คิดเป็น P/E 10.44 เท่า ผลการดำเนินที่ผ่านมาถือว่าใช้ได้ ธุรกิจอยู่ในเทรนเกาะกระแสการเติบโตของเทคโนโลยี รายได้และกำไร สามารถทำได้โดดเด่น อีกทั้งราคาหุ้นถือว่าไม่แพง จำนวนหุ้นที่เข้าเทรดก็ไม่เยอะ อาจจะมีโอกาสดีๆให้นักลงทุนได้ลุ้นได้สู้กันบ้างครับ ก็หวังว่าจะไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวังในวันแรกที่ซื้อขายนะครับ โชคดีครับ