สเต๊ก (STEC) อาจไม่ได้อร่อยอย่างที่คิด

เมื่อบ่ายวันพุธที่ 13 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ราคาหุ้นรับเหมาก่อสร้างร่างใหญ่อย่าง STEC (บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น) ร่วงลงอย่างรุนแรง โดยปิดตลาดที่ 14.40 บาท ลดลง 19.55% เกิดแรงเทขายมหาศาล มีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ STEC ถึง 3,590 ล้านบาท ชนิดที่เรียกว่า “สเต๊ก (STEC) ไหลเป็นโจ๊ก”…เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นที่มี Market Cap ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอย่าง STEC และเรามีคำแนะนำในการเทรด Single Stock Futures อย่างไร

STEC ไม่อร่อย เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

ตามแหล่งข่าวระบุถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้มีการแถลงว่า “ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐ 4 ราย กรณีร่วมกันเรียกรับเงิน 20 ล้านบาทจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่รับว่าจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอม ในนครศรีธรรมราช เพื่อแลกกับการอนุญาตให้ใช้ท่าเทียบเรือชั่วคราวบริเวณโรงไฟฟ้า และให้เรือลำเลียงเข้าเทียบท่าเพื่อขนถ่ายชิ้นส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยมิชอบ”

“และชี้มูลความผิด บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) รวมถึงผู้บริหารระดับสูงอีก 2 ราย ในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 4 รายในการกระทำความผิด โดยมีมูลความผิดทางอาญาฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86”

ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ผู้บริหารของ STEC มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินบน 20 ล้านบาท เพื่อการใช้ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าขนอม เป็นที่ขนถ่ายชิ้นส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญาโดยการทุจริต ซึ่งมีผลต่อความน่าเชื่อถือในเรื่องของการกำกับดูแลกิจการ หรือธรรมาภิบาลของบริษัท (Corporate Governance: CG) ทำให้นักลงทุนต่างก็เทขายกันแบบไม่สนใจว่าแนวรับจะอยู่ตรงไหน

ผลที่ตามมา คือ ราคาหุ้น STEC ไหลลงมาอย่างรุนแรงทำ New Low ในรอบเกือบ 6 ปี ที่ราคา 13.80 บาท แม้ว่าจะกลับมาปิดตลาดที่ 14.40 บาท (-19.55%) หลังจากตลาดปิดได้ไม่นาน STEC ก็ออกมายืนยันเรื่องหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการของบริษัท โดยกล่าวว่า “ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชั่น และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงแสดงหลักฐานโต้แย้งข้อกล่าวหา โดยพร้อมสู้จนถึงที่สุด”

เช้าวันที่ 14 พ.ย. 2562 ราคาหุ้น STEC เปิดกระโดดขึ้นจากการโต้ข้อกล่าวหา ซึ่งเราก็ต้องมาติดตามกันต่อว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร…หากจบลงด้วยการโต้ข้อกล่าวหาได้อย่างชัดเจน ราคาหุ้น STEC ก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ราคาหุ้น STEC ก็ยังมีโอกาสปรับตัวลงได้อีก เนื่องจากเรื่องของธรรมาภิบาล (CG) เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ และนักลงทุนไม่ชอบลงทุนในหุ้นที่มีประเด็นลบในด้าน CG ซักเท่าไหร่

ส่วนนักลงทุนที่ต้องการเทรด Single Stock Futures ของ STEC เรามีคำแนะนำว่าเน้นเทรดในฝั่ง Short เป็นหลัก เนื่องจากประเด็นลบในเรื่อง CG ส่งผลต่อ Sentiment เชิงลบกับนักลงทุน และทำให้ STEC อาจจะเผชิญกับแรงขายอยู่…เมื่อดูแนวโน้มทางเทคนิคประกอบ สามารถกำหนดกลยุทธ์เทรด STEC Futures ได้ ดังนี้

อยากกิน STEC ให้อร่อย…แนะนำว่าให้กินในขา Short

เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค จะเห็นว่าราคาหุ้น STEC มีแนวโน้มขาลง โดยในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา STEC ร่วงลงหลุด 18.30 บาท และมีการกลับตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 18.30 บาทอีกครั้ง ก่อนที่จะเกิดประเด็นการทุจริตและทำให้ราคาร่วงลงไปถึง 14.40 บาท

จากประเด็นการทุจริตที่เกิดขึ้น ประกอบกับแนวโน้มขาลงของ STEC เอง ทำให้เราให้คำแนะนำเทรดในฝั่ง Short โดยราคาที่น่าสนใจในการเข้า Short ได้แก่ กรอบ 14.40 – 14.90 บาท จุด Stop Loss ที่ใกล้ที่สุด คือ 16.40 บาท เป้าหมายทำกำไรด้านล่างตั้งแต่ 13.80 บาทลงไปจนถึงลึกที่สุด คือ 11.80 บาท ซึ่งเป็น Low ในอดีตตั้งแต่ปี 2557

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังที่สุด คือ การที่ STEC พ้นข้อกล่าวหาและพิสูจน์ได้ว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ STEC มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ที่มา : บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด