SAMARTเติบโตทุกธุรกิจ 9เดือนพลิกกำไร381ล้าน

ทันหุ้น –SAMART โชว์ผลงานไตรมาส 3/2562 โตก้าวกระโดดพลิกมีกำไร 124 ล้านบาท ส่วน 9 เดือน พลิกมีกำไร 380.56 ล้านบาท หลังทุกธุรกิจในเครือเติบโตโดดเด่น มีงานใหม่เข้าต่อเนื่อง หนุน Backlog ในมือรองรับรายได้ในอนาคต แถมมีลุ้นชนะประมูลงานเพิ่มอีกหลายโครงการ

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มสามารถในไตรมาส 3/2562 พลิกมีกำไรสุทธิ 124.40 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 73.88 ล้านบาท มีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน 9 เดือนพลิกมีกำไรสุทธิ 380.56 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 243.14 ล้านบาท มีรายได้ 11,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้เป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสายธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับกลุ่มสามารถ ได้แก่ สายธุรกิจ ICT Solution & Service ซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มบริษัท SAMART TELCOMS “STC” มีรายได้ในไตรมาส 3/2562 ทั้งสิ้น 1,950 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3 มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ารวม 1,734 ล้านบาท

*SAMTEL แบ็กล็อกอื้อ

ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท SAMART TELCOMS “STC” ตลอด 9 เดือน มีรายได้และกำไรสูงขึ้น เฉลี่ยกว่า 30% โดยมีรายได้รวม 7,221 ล้านบาท และกำไร 310 ล้านบาท รวมแล้วมีโครงการในมือ มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 9,000 ล้านบาท ที่สำคัญในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังมีงานที่รอการประมูลอีกกว่า 30 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท อาทิ โครงการของธนาคารออมสิน และบมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นต้น

*SDC ผลงานเริ่มเป็นบวก

ส่วนกลุ่ม SAMART Digital (SDC) มีผลประกอบการที่เริ่มขยับไปในทิศทางบวก โดยในไตรมาส 3/2562 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 280 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ Digital Network และธุรกิจ Digital Content ที่ล่าสุดบริษัท isport ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการให้บริการอุปกรณ์ VAR (Video Assistant Referee) เป็นเวลา 3 ปี (2563-2565)

โดยในปี 2562 เป็นการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และการฝึกสอนผู้ตัดสินและทีมงาน เพื่อการใช้งานจริงในปี 2563 โดยมีมูลค่าสัญญา 46 ล้านบาท รวมถึงอีกหนึ่งธุรกิจใหม่ โดยการจับมือกับบริษัทแคทบัซซ์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบริษัท กสท.หรือ CAT ในการติดตั้งอุปกรณ์ไวไฟทั่วประเทศ หรือ Premium free WIFI โดย SDC จะมีรายได้จากการเข้าไปหาพื้นที่และติดตั้งอุปกรณ์ไวไฟ พร้อมดูแลรักษาตลอด 5 ปี (นับจากติดตั้ง) โดยตั้งเป้าติดตั้งจำนวน 10,000 จุด ภายในปี 2563 และ 30,000 จุด ภายใน 3 ปี ล่าสุดได้บรรลุข้อตกลงกับกรมอาชีวะ ในการติดตั้งอุปกรณ์ไวไฟในสถาบันอาชีวะกว่า 400 แห่ง

ขณะที่กลุ่ม SAMART U-Trans หรือ “SUT” นำโดย บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิสเซส จำกัด ที่สร้างรายได้ประจำให้กับกลุ่มสามารถอย่างต่อเนื่อง มีรายได้ในไตรมาส 3 กว่า 500 ล้านบาท รวม 9 เดือน มีรายได้แล้วกว่า 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ กลุ่ม SAMART U-Trans ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจการควบคุมจราจรทางอากาศในหลายๆ ประเทศ รวมถึงโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นสายธุรกิจที่เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ประจำให้แก่กลุ่มสามารถอย่างต่อเนื่อง

*OTO ประมูลงานต่อเนื่อง

สุดท้าย สายธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ โดย บมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ มีรายได้เฉพาะไตรมาส 3/2562 จำนวนทั้งสิ้น 188 ล้านบาท คิดเป็นกำไรถึง 26 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึงกว่า 500% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรวมถึงรายได้อื่นๆ ซึ่งเป็นการชำระหนี้ของลูกค้าจำนวน 25.6 ล้านบาทด้วย และมีการเซ็นสัญญาโครงการเฉพาะในไตรมาส 3/2562 ไปแล้วมูลค่า 254 ล้านบาท

ส่งผลให้สิ้นไตรมาส 3/2562 OTO มีงานคงค้างในมือแล้วทั้งสิ้น 839 ล้านบาท และคาดว่าในไตรมาสสุดท้ายจะยังมีโอกาสเข้าร่วมประมูลอีก 19 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 110 ล้านบาท ด้านบจก.วิชั่นแอนด์ซิเคียวริตี้ คาดว่าเมื่อสิ้นปี 2562 จะเติบโตทั้งรายได้และกำไรเฉลี่ย 20 เปอร์เซนต์ โดยมีโอกาสจากโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดในกทม. และภาคใต้ ที่ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้น