อัพเป้า GULF–BGRIM โชว์กำไรQ3เหนือคาด

ทันหุ้น – GULF – BGRIM โชว์กำไรไตรมาส 3/62 โดดเด่น ตามกำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แถมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง โบรกปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย GULF แตะจุดสูงสุด 199 บาท คาดกำไรทั้งปี 3.5 พันล้าน ส่วน BGRIM อัพขึ้น 60 บาท คาดกำไรปีนี้ที่ 2.4 พันล้าน คืบหน้าโรงไฟฟ้าชุมชนเริ่มกลาง ธ.ค.นี้

ฝ่ายวิจัย ของบริษัท หลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมาย 2 หุ้นโรงไฟฟ้า บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ GULF และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)หรือ BGRIM โดยระบุว่า BGRIM มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานไตรมาส3/2562ที่ 715 ล้านบาทซึ่ง เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และ 24.3% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ถือว่าดีกว่าคาด ตามการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบราว 450 เมกะวัตต์ จากโครงการโซลาร์เวียดนาม วงปลายไตรมาส 2  ทำให้กำลังการผลิตในไตรมาส 3/2562 เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

อย่างไรก็ดีคาดว่าไตรมาส 4/2562 ผลประกอบการอาจจะอ่อนตัวลงเนื่องจากไม่มีโครงการใหม่ๆ และเป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจ ขณะที่ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ 9 เดือนอยู่ที่เฉลี่ย 275 บาทต่อ mmBTU  สูงกว่าที่คาดจากเดิมที่ 262 บาท ทำให้มาร์จิ้นของบริษัทลดลง คาดว่าปี 2562 จะมีกำไรที่ 2.4 พันล้านบาท และเพิ่มเป็น 3.2 พันล้านบาทในปี 2563 ทั้งนี้บริษัทปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี ขึ้นเป็น 55 บาท จากล่าสุดที่มีการลงนามความร่วมมือกับ Petrovietnam Power Corporation เพื่อศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาด 3,000 เมกะวัตต์

คาดเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50% นอกจากนี้ BGRIM ยังมีโครงการที่ยังไม่รวมเข้ามาในราคาเป้าหมาย เป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศ เช่นเกาหลี ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนามรวมไปถึงไทยด้วย ทำให้ potential upside ให้กับราคาหุ้นอีกซึ่งหากรวมเข้ามาจะทำให้ best case target price อยู่ที่60 บาท

*โครงการในมือเพียบ

ส่วน  GULF เปิดเผย กำไรปกติไตรมาส 3/2562 โตโดดเด่นจากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังจ่ายกระแสไฟโรงไฟฟ้า SPP ครบทั้ง 12 โครงการ โดยเป็นโครงการใหม่ 5 แห่ง และยังมีการจ่ายไฟในโซล่าร์ฟาร์มในเวียดนาม 2 โครงการ  บริษัทประกาศกำไรสุทธิไตรมาส3/2562 ที่ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน , ลดลง 32% จากไตรมาสก่อนหน้า ดีกว่าตลาดคาดราว 12%

อย่างไรก็ตามหากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (fx gain) ออกราว 89 ล้านบาท จะทำให้กำไรปกติอยู่ที่ 997 ล้านบาท เติบโต 32% จากช่วงเดียวกันปีก่อน , เติบโต1% จากไตรมาสก่อนหน้า นับว่าทรงตัวได้แม้ผ่าน high season

ทั้งนี้คงประมาณการปี 2562 เติบโตราว 17% ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2562 ที่ราว 3.5 พันล้านบาท เติบโต 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  โดยกำไรปกติ 9เดือนปี 2562 คิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปี และแนวโน้มกำไรปกติ ไตรมาส 4/2562 คาดลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า หลังไม่มีการ COD โครงการใหม่และเป็นช่วง low season ของธุรกิจไฟฟ้า

ทั้งนี้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 172.00 บาท (เดิม 86.00 บาท) อิง DCF  โดยปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2563 นอกจากนี้ได้รวมโครงการใหม่เข้ามาในราคาเป้าหมายหลังเห็นความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย โครงการ Motorway M6-M81, โครงการโรงไฟฟ้า gas-fired ที่โอมาน 326 เมกะวัตต์ , และโครงการมาบตาพุดเฟส 3 ปรับเพิ่มขึ้น 41.40 บาท

อีกทั้งกลุ่มที่ 2 โครงการหลักประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์รวม 340 เมกะวัตต์  หลังเฟส 1 ได้รับ PPA ไปแล้ว และโครงการ โรงไฟฟ้า LPN ขนาด 6,000 เมกะวัตต์ในเวียดนาม สมมุติฐานสัดส่วนถือหุ้น 50%   ซึ่งราคาเป้าหมายใหม่ที่ 172.00 บาท นับเป็น  base case target price แต่ GULF ยังมี potential projects ซึ่งยังไม่รวมเข้ามาในราคาเป้าหมาย เป็นโครงการกลุ่มที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาในเบื้องต้น โดยหากสำเร็จจะเป็น potential upside ให้กับราคาหุ้นอีกราว 27.00 บาท ซึ่งหากรวมเข้ามาจะทำให้ best case target price อยู่ที่ 199.00 บาท

@เดินหน้าโรงไฟฟ้าชุมชน

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน เปิดเผยว่า ภายใน 3 เดือนจะเร่งดำเนินการในเรื่องของ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน นโยบายผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และ มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)

โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าชุมชน ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) จะสรุปรูปแบบและรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 4 ธ.ค.62 จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประมาณกลางเดือน ธ.ค.62 จากนั้นจะเริ่มโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนได้ทันที

ทั้งนี้ทันหุ้นได้รวบรวมบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศพร้อมจะยื่นรับโรงไฟฟ้าชุมชน ประกอบด้วย ACE , NER , UAC ,TPCH , PRIME