RATCH มี173MWรอรับรู้ อัด2หมื่นล้านรุกงานใหม่

ทันหุ้น – RATCH เล็งทุ่มงบลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาท ปั้นโครงการใหม่-M&A ขยายฐานโตต่อเนื่อง แถมจ่อ COD โรงไฟฟ้าปี2563 เพิ่ม 173.93 เมกะวัตต์ หนุนกำลังผลิตจากเดิม 7,057 เมกะวัตต์ บอสใหญ่ “ กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ” วางหมากดันกำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2566

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทได้วางงบลงทุนไว้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รองรับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าและอื่นๆ ในรูปแบบการลงทุนสร้างใหม่ (กรีนฟิลด์) เพิ่มเติม ประกอบกับทำการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) ธุรกิจทางด้านพลังงานเพิ่มเติม เพื่อขยายช่องทางสร้างรายได้และสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป

ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนในส่วนดังกล่าวนั้นคงมาจากกระแสเงินสดในมือของ RATCH ที่มีอยู่ราว 5 พันล้านบาท และที่เหลือคงเป็นกู้เงินจากสถาบันการเงินในการพัฒนาเพิ่มเติม โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E อยู่ระดับ 0.30 เท่า จากกรอบนโยบายของบริษัทที่จะรักษาให้ไม่เกิน 1 เท่า หรือคิดเป็นความสามารถในการกู้เงินได้อีกราว 3 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้าที่เปิดเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ราว 7,057 เมกะวัตต์  อีกทั้งทาง RATCH จะเปิดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย 102.5 เมกะวัตต์ในช่วงปลายปีนี้เพิ่มเติม

CODปีหน้า173.93MW

นอกจากนี้ ทางบริษัทโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและทยอย COD ในปี 2563 คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนอีกประมาณ 173.93 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้านวนครส่วนขยาย 24 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน 149.94 เมกะวัตต์ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้คงทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าของบริษัทขยับเพิ่มเป็น 7,333.11 เมกะวัตต์

“ในระยะยาวเราคงมีแผน M&A โรงไฟฟ้าใหม่เข้าเพิ่มเติมคิดเป็นกำลังผลิตเฉลี่ยราว 600-700 เมกะวัตต์ เพื่อทดแทนกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าบางโครงการในอนาคตที่จะทยอยหมดสัญญาการขายไฟฟ้า นอกเหนือ จากโครงการต่างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกหลายโครงการในมือ เพื่อสนับสนุนกำลังผลิตไฟฟ้าขยับเพิ่มเป็น 1 หมื่นเมกะวัตต์ได้ภายในปี 25666 ไม่เพียงเท่านั้นเราเองยังมองหาโอกาสในการลงทุนทางด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ โรงงานผลิตน้ำประปา ฯลฯ เพิ่มเติมด้วย” นายกิจจากล่าว

ดีลร่วมทุนอัพฐานเพิ่ม

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพาร์เนอร์ เพื่อเข้าไปลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Internet of Things (IoT) ใหม่เพิ่มเติม หลังช่วงที่ผ่านมาได้มีการร่วมลงทุนกับทางบริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เพื่อลงทุนโครงข่ายท่อ Fiber Optic ให้เช่า  ซึ่งมีมูลค่าลงทุนกว่า 300 ล้านบาท (ทาง RATCH ถือหุ้น 60%ในโครงการดังกล่าว)  คาดได้เห็นความชัดเจนภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อขยายฐานการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้นและสนับสนุนรายได้ของธุรกิจอีกทางหนึ่ง

อนึ่ง การดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรก ปี 2562 ยังมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง ส่วนการขยายการลงทุนมีทั้งโครงการโรงไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประกอบด้วย การเข้าซื้อหุ้น 99.97% ในโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น (กำลังผลิตติดตั้ง 119.11 เมกะวัตต์) การเข้าซื้อหุ้น 70% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน (กำลังผลิตติดตั้ง 214.20 เมกะวัตต์) และการพัฒนาโครงการพลังงานลมคอลเลกเตอร์ (กำลังผลิตติดตั้ง 226.8 เมกะวัตต์) ในออสเตรเลีย ทั้ง 3 โครงการ บริษัทรับรู้กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 446.57 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมกับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ (BGSR) เข้าร่วมประมูลโครงการติดตั้งและบริหารระบบเก็บเงินมอเตอร์เวย์  สายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่าประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี มูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากกรมทางหลวงแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด(มหาชน)ระบุว่า   แนวโน้มกำไรของ RATCH แข็งแกร่ง จากการรับรู้ผลบวกจากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ที่เข้ามาช่วยหนุนกำไรที่ถดถอยลงของโครงการโรงไฟฟ้าเก่า ขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตในอนาคต โดยวางเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตสู่ระดับ 10,000 เมกะวัตต์ รวมทั้งการกระจายความเสี่ยงการลงทุนสู่โครงการโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับพันธมิตร ซึ่งคาดจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืนในระยะยาว ราคาเป้าหมายปี2563  ที่ 76.50 บาท