JWDเร่งเครื่องธุรกิจ จัดหนักNew S-Curve บุกกัมพูชา-เวียดนาม

ทันหุ้น – JWD เดินหน้าลงทุน New S-Curve ลุยธุรกิจทำเงิน บุกปูพรมกัมพูชา-เวียดนามรองรับการขยายตัวโดดเด่น

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะเป็น New S-Curve ได้แก่ ธุรกิจ Self-Storage (ห้องเก็บของส่วนตัว)สาขาสยาม รองรับความต้องการผู้อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดและSMEs ที่ต้องการเช่าพื้นที่เก็บสินค้าในเมือง ซึ่งปัจจุบันยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน อีกทั้งขยายธุรกิจ Art Space หรือการรับจัดเก็บและบริการงานศิลปะแบบครบวงจรที่เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้

นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจจัดส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิและจัดส่งสินค้าด่วนพิเศษ (Express)เพื่อต่อยอดธุรกิจห้องเย็น ขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการในยุคอี-คอมเมิร์ชและมีนโยบายขยายธุรกิจจัดการขนส่งสินค้าทางราง สู่การให้บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation) จากปัจจุบันที่ให้บริการยกขนตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ทางรางที่ผ่านเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบัง ล่าสุด JWD ได้รับเลือกจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ได้รับสิทธิให้บริการยกขนตู้สินค้าคอนเทนเนอร์จากท่าเทียบเรือแม่น้ำในท่าเรือแหลมฉบังคาดเริ่มให้บริการต้นปี63 และสนใจขยายธุรกิจเป็นผู้รับดำเนินงานขนถ่ายสินค้าในโครงการ SRTO หรือ Single Rail Transfer Operatorซึ่งจะส่งผลดีต่อการเพิ่มปริมาณงานขนส่งสินค้าทางรางและลดต้นทุนการบริการต่อหน่วย (Economy of Scale)

ส่วนธุรกิจในกัมพูชา ปัจจุบันมีธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ นิคมอุตสาหกรรม PPSEZ และอยู่ระหว่างขยายพื้นที่คลังสินค้าห้องเย็น คาดว่าจะเปิดบริการในต้นปีหน้า ส่วนธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้าลงทุนใน Bok Seng PPSEZ Co.,Ltd(Bok Seng) คาดว่าจะเติบโตดีในปีหน้า ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ลงทุนใน Phonm Penh SEZ Plc. (PPSEZ) ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่นิคมฯเฟส4 ส่วนในเวียดนาม JWD ถือหุ้น 22.76% ในTRANSIMEX CORPORATION เตรียมขยายบริการผู้ประกอบการค้าปลีกข้ามชาติและJWDจะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น

ขณะที่การลงทุนในอินโดนีเซียร่วมกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นนั้น ปัจจุบันยังไม่รับรู้ผลกำไรเนื่องจากมีต้นทุนการเงินค่อนข้างสูง บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างทางการเงินซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนดอกเบี้ยลดลงและมีแนวโน้มทำกำไรดีขึ้นในปีหน้า ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าในลาวและเมียนมายังไม่เติบโตมาก โดยบริษัทจะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หากมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจะรุกขยายการลงทุนอย่างเต็มที่

 

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : ทันหุ้น
www.thunhoon.com