BEM เผย Q3/62 กำไรสุทธิลดลงที่ 937 ลบ. โบรกชี้ดีกว่าคาด เคาะเป้า 12.50 บาท

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยผลประกอบการ ไตรมาสที่ 3/62 มีกำไรสุทธิ 937 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเนื่องจากไตรมาส 3/61 มีกำไรสุทธิ 3,119 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 3 ปีที่แล้ว มีกำไรจากการขายเงินลงทุนและโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จากัด (มหาชน) หากไม่นับรวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 19 ล้านบาท

บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจหลัก 4,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 127 ล้านบาท โดยรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 47 ล้านบาท รายได้ค่าโดยสารและรับจ้างเดินรถเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท และรายได้พัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท ในส่วนของรายได้อื่น 240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 224 ล้านบาท จากการบันทึกเงินปันผลรับจาก บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) เป็นรายได้แทนการบันทึกส่วนแบ่งกำไรเนื่องจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนเมื่อไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา

สำหรับงวดเก้าเดือน ปี 2562 BEM มีกำไรสุทธิ 4,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 79 ล้านบาท หรือ 1.6% หากไม่นับรวมรายการเกี่ยวกับการขายเงินลงทุนและโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน งวดเก้าเดือนปี 2562 มีกำไรสุทธิ 2,460 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย โดยมีรายได้จากธุรกิจหลัก 11,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 274 ล้านบาท หรือ 2.4% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจทางพิเศษ ธุรกิจระบบรางและธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ BEM ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – หลักสองเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ค่าโดยสารในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ เพิ่มมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวของหุ้น BEM ปิดเช้าอยู่ที่ 10.80 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 77.98 ล้านบาท

โบรกชี้ กำไรสุทธิ Q3/62 ดีกว่าคาด

บล.ทิสโก้ ชี้ BEM ประกาศกำไรสุทธิดีกว่าโบรกคาดและตลาดคาดไว้ มาจากค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” จากคาด 1) จำนวนผู้โดยสารจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องหลังจากสร้างสถิติใหม่ต่อเนื่องในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากการเข้าสู่ช่วงเปิดเทอมและเปิดส่วนต่อขยายใหม่ 2) ความกังวลต่อประเด็นการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนที่จะครบสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คาดจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ 3) upside จากโครงการอื่นๆ ในอนาคต จากแผนการที่จะเข้าร่วมประมูลในโครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้าสายม่วงและสายสีส้ม

โดย BEM ประกาศกำไรสุทธิใน Q3/62 จำนวน 937 ล้านบาท ลดลง -70% YoY และ -70% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน CKP ใน Q3/61 และ TTW ใน Q2/62 กำไรปกติจะทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 33% QoQ รายได้เป็นไปตามที่เราคาดไว้อยู่ที่ 4,073 ล้านบาท โดยธุรกิจที่เติบโตชัดเจน คือพัฒนาเชิงพาณิชย์ ตามการขยายพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจทางด่วน เติบโต 1.8% YoY , 3.5% QoQ มาที่ 2,609 ล้านบาท ตามจำนวนรถใช้ทางด่วนอยู่ที่ 1,240,651 คัน/วัน เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 2.1% QoQ ธุรกิจรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 9% QoQ หลังจากเปิดส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นมาที่ 335,400 เที่ยวคนต่อวัน (+5%YoY) โดยกำไรสุทธิที่ดีกว่าที่เราคาดไว้หลักๆ มาจากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ราว 21% มาที่ 303 ล้านบาท

**จำนวนผู้โดยสารเดือนตุลาคมสร้างสถิติใหม่
BEM รายงานจำนวนผู้โดยสารเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 17% YoY มาที่ 3.75 แสนเที่ยวคนต่อวัน จาก 3.21 แสนเที่ยวคนต่อวันในเดือนตุลาคม 2018 และ 3.5 แสนเที่ยวต่อวันในเดือนกันยายน 2562 ขณะที่ผู้โดยสารวันทำงานแตะระดับ 4.3 แสนเที่ยวคนต่อวัน (+15%YoY, +8%MoM) เป็นไปตามการเปิดส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินจากสถานีวัดมังกร-สถานีหลักสอง จำนวนรถใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY หลักๆ ยังมาจากเส้นทางนอกเมืองและทางด่วนศรีรัชฯ เราเห็นแนวโน้มที่ดีสำหรับจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า และค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มจาก 25.4 บาท/เที่ยว มาที่ 26.6 บาทต่อเที่ยว จากจำนวนสถานีที่ผู้โดยสารเดินทางมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปี จากการเปิดภาคเรียนในเดือนพฤศจิกายน การเปิดส่วนต่อขยายอีก 4 สถานี (เตาปูน-สิรินธร) ในเดือนธันวาคมนี้ และการจัดงานรอบเส้นทาง เช่น งานกาชาด ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเราประเมินผู้โดยสารสำหรับ BEM ในปีนี้อยู่ที่ 3.4 แสนคนต่อวันและเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 แสนคนต่อวันในปี 2563 หลังจากเปิดครบทั้งสาย

**คงแนะนำ “ซื้อ” เคาะเป้า 12.50 บาท
กำไรปกติ 9 เดือนแรกปี 62 คิดเป็น 78% ของประมาณกำไรปกติปี 2563 ของเราที่ 3,143 ล้านบาท เรายังคงประมาณการของเรา โดยเราคาดจะเห็นผลประกอบการที่อ่อนตัว QoQ ใน Q4/62 จากไม่มีรับรู้รายได้ปันผล ค่าใช้จ่ายในการเปิดส่วนต่อขยายที่เพิ่มขึ้น และเราคาดบริษัทจะเริ่มบันทึกดอกเบี้ยเงินกู้จากโครงการนี้ใน Q4/62 แต่สำหรับปี 2563 เราคาดจะเห็นการเติบโตตามการเปิดส่วนต่อขยายส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : ทันหุ้น
www.thunhoon.com