4บจ.เฮเข้าทำเนียบMSCI AWCแป๊กระวังกรีนชูสิ้นสุด

ทันหุ้น-BGRIM-GPSC-OSP-SAWAD ขึ้นชั้นเข้าดัชนีMSCIGlobal Standard คาดมีเม็ดเงินไหลเข้ารวม 255.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มน้ำหนัก BTS เปิดสถิติเก็บก่อนเข้าจริง 26 พ.ย. โอกาสสูงหุ้นขึ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6%ส่วน 7 หุ้นที่ถูกนำเข้าใน MSCI Small Cap แต่ไร้เงาหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง AWCแถมตัวช่วยกรีนชูสิ้นสุดแล้ว

MSCI ได้ประกาศปรับพอร์ตรอบ รอบ พ.ย.2562 มีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 26 พ.ย.2562  ในส่วนของตลาดหุ้นไทย มีการปรับหุ้นใหม่เข้าคำนวณ 11 บริษัท แบ่งเป็น 4 บริษัทที่ถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในดัชนี MSCIGlobal Standard ประกอบด้วย BGRIM- GPSC- OSP- SAWAD นอกจากนี้มี 7 หลักทรัพย์ที่ถูกเพิ่มในดัชนี MSCI Global Small Cap ประกอบด้วย CENTEL-DOHOME-JMT-SPRC-STPI-TPIPP-TQM

ส่วนหุ้นที่ถูกออกจากดัชนี MSCI Global Small Cap จะมี 3 หลักทรัพย์ ประกอบด้วยหุ้น CBG-TISCO-SAWADโดยในส่วนของหุ้น SAWAD ได้เลื่อนชั้นไปยัง ดัชนี MSCIStandard ขณะที่ CBG-TISCOราคาหุ้นปรับเกินเพดาน MSCI Small Cap แต่ยังไม่ถึงระดับ MSCI Standard

**เงินทุนไหลเข้า

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า การประกาศ MSCI Rebalance ซึ่งถือเป็นรอบสุดท้ายของปีนี้  ได้มีการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของ China A Shares โดยในรอบนี้ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการถูกลดน้ำหนักมากที่สุด คือ เกาหลีใต้ และไต้หวัน ขณะที่ไทยยังถูกคงน้ำหนักที่ระดับเดิม 2.72% และเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่เงินไหลเข้า ( Net Inflow)

จากการประเมินเบื้องต้นได้คาดการณ์ว่า 4 หุ้นใหม่ ที่ถูกนำเข้าคำนวณใน ดัชนี MSCI Standard 4 บริษัทจะมีเม็ดเงินไหลเข้า ประอบด้วย  GPSC คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 83.5 ล้านเหรียญสหรัฐ, SAWAD คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 66.1 ล้านเหรียญสหรัฐ, BGRIM คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 57.9 ล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้น OSP จะมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 47.7 ล้านเหรียญสหรัฐนอกจากนี้ก็มีการเพิ่มน้ำหนักในหุ้นBTS ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายกรภัทร กล่าวอีกว่า การที่ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นถูกนำเข้าคำนวณ MSCI Global Standard เพิ่มขึ้น จะเป็นผลดีต่อภาวะตลาดหุ้นโดยรวม หากดัชนีสามารถผ่านระดับ 1,640 จุดไปได้ เชื่อว่าจะทำให้มีแนวโน้มที่ดี และประเมินว่าในปลายปีนี้ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปที่ระดับ 1,670-1,680 จุดได้

**คาดให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6%

บริษัทหลักทรัพย์ เอซียพลัส จำกัด ระบุว่า จากข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่า ราคาหุ้นที่ถูกเข้าคำนวณในดัชนี MSCI มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันที่มีผลบังคับใช้  โดยเฉพาะหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6% และมีความน่าจะเป็นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกราว 86%

ขณะที่หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้าคำนวณ ดัชนี MSCI Global Small Cap ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2-3% และมีความน่าจะเป็นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกราว 60% อย่างไรก็ตามราคาจะค่อยๆ ลดลง หลังจากถูกนำเข้าคำนวณดัชนีแล้ว

อย่างไรก็ตามปัจจุบันกระแสการลงทุนตาม Index Play ทั้งดัชนี MSCI, FTSE, SET50 และ SET100 ได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดการเก็งกำไรล่วงหน้าก่อนวันประกาศ แต่พอ MSCI ประกาศรายชื่อหุ้นเหล่านั้นออกมา ทำให้มีการขายทำกำไรออกมาบางส่วน และผลตอบแทนที่คาดหวังอาจน้อยกว่าสถิติในอดีตได้

มองว่าหุ้น STPI,CENTEL และ TPIPP ซึ่งถูกนำเข้าคำนวณนีMSCI รอบนี้ มีความน่าสนใจลงทุน เพราะมี valuation ที่เด่น และมี Upside ที่สูง รวมถึงเหนือความคาดหมายของตลาด  โดยมีหุ้น STPI เป็นหุ้น Top Pick ราคาเป้าหมายที่ 8.30 บาท

**AWC ไม่ติดโผ-กรีนชูสิ้นสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า AWC ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และอยู่ใน SET50แบบ ฟาสท์แทร็คกลับไม่ได้รับการคัดเลือกในรอบนี้ ขณะเดียวกันการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน หรือ กรีนชู จำนวน 1,043 ล้านหุ้น  ได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา    อย่างไรก็ตามบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินว่า การปรับพอร์ตรอบหน้าของ MSCI ในเดือน พ.ค.2563 หุ้น AWC มีโอกาสูงที่จะถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Global Standardรวมไปถึง KTC

จากการศึกษาของเราในอดีตนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาพบว่าหุ้นที่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Standard Index มักปรับตัว Outperform ตลาดได้ราว 10% นับตั้งแต่วันประกาศไปจนถึงวันมีผลบังคับใช้ ส่วนหุ้นที่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Small cap Index มักปรับตัว Outperform ตลาดได้ราว 4.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน