แนวโน้มตลาดหุ้น-หุ้นเด่นปี 2020

KTBST  ประเมินเป้าSET Index  ปี 2020  ไว้ที่ 1725  จุดเราคาดสหรัฐและจีนน่าจะบรรลุข้อตกลงการค้าได้บางส่วนซึ่งน่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นใน 2Q20 กอรปกับธนาคารกลางทั่วโลกจะดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องอีกทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยให้เศรษฐฏิจไทยและกำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวใน 2H20 ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้น (ไทย) จะฟื้นตัวตั้งแต่ 1H20 เป็นต้นไป

หุ้น 2 แบบที่จะเป็น Highlight ของปี 2020

เราจัดหุ้นเป็นสองกลุ่มที่คาดหวังว่าจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีในปี 2020  ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเราคาดว่าปีทองได้ผ่านไปตั้งแต่ปี 2019 แล้วประกอบด้วย

  • กลุ่มที่ผลการดำเนินงานยังเติบโตดีต่อเนื่องอาทิกลุ่มสัมปทานภาครัฐสินเชื่อรายย่อยหรือหุ้นที่มีการลงทุนใหม่ๆ : AOT, ADVANC, BEM, CPALL, MTC, SAWAD, OSP และJMT
  • กลุ่มที่ราคาหรือผลประกอบการอ่อนตัวลงมามากในปี 2018 อาทิน้ำมัน-ปิโตรเคมีส่งออกโรงแรม : SCC, PTTGC, IRPC, PTTEP, ERW และCENTEL

ปัจจัยหนุนนำตลาดหุ้นปี 2020

  • เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวราวไตรมาสที่สองส่วนหนึ่งมาจากธนาคารกลางต่างๆหันมาใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคส่งออก-ท่องเที่ยวของไทยจะดีขึ้นตามลำดับหนุนกำไรตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวด้วยเช่นกัน
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนภาครัฐ เกือบ 1 ล้านล้านบาท จะเริ่มเห็นผลปี 2020 แต่ประเด็นการเมือง ต้องจับตาเสถียรภาพของรัฐบาล ที่มีเสียงปริ่มน้ำ
  • ปี 2020 คาด SET Index จะขึ้นไปยืนเหนือ 1700 จุดอีกครั้ง  sector ที่จะฟื้นตัว จะเป็น sector ที่ลงมาลึกจากปีก่อน คือ ธนาคาร ปิโตรเคมี และ ส่งออก แต่ทั้งนี้ขึ้นกับทิศทางกำไรของกลุ่มนี้ด้วย สำหรับกลุ่มกำไรยังเติบโตดีจะอยู่ในกลุ่มสัมปทาน โรงไฟฟ้า สินเชื่อรายย่อย และ ICT ส่วน REITs อาจปรับฐานถ้าตลาดฟื้นตัวอย่างจริงจัง
  • คาดการเจรจาการค้า สหรัฐฯ-จีน และคู่อื่นๆ จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระดับหนึ่ง โดยกำแพงภาษีจะยังมี อย่างไรก็ตามตลาดน่ารับรู้และผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

KTBST คงเป้ากำไรปี 2019 ไว้ที่ 9.6 แสนล้านบาท (EPS 95.1) เติบโตติดลบ 0.2% จากผลของสงครามการค้าและผลประกอบการหุ้นน้ำมัน-ปิโตรเคมี หดตัวแต่คาดปี 2020 กำไรตลาดจะกลับขึ้นไปแตะ 1.05 ล้านล้านบาท (EPS=103.5) ทั้งนี้เป้าหมายของ SET Index เราคงไว้ที่ 1725 จุด

หมายเหตุ : เป้าหมาย Set Index เราอิง Forward PER ที่ 16.6 เท่า (ค่าเฉลี่ย Forward PER 10 ปีย้อนหลัง)  กรอบดัชนีฯสูงสุดอยู่ที่ 1795 จุดอิงค่า PER ที่17.3 เท่า (+0.25SD ค่าเฉลี่ย Forward PER 10 ปี) และต่ำสุดที่ระดับ 1700 จุด