BTSสีเขียวเหนือหนุนงบ โบรกชี้เป้าใหม่15.10บาท

ทันหุ้น –BTS จับตาผลงานไตรมาส 2/2562 ((ก.ค.-ก.ย.62) โต 25% จากปีก่อน ที่ 835 ล้านบาท จากการเปิดส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ และรายได้จากธุรกิจสื่อของ VGI  คาดความชัดเจนการเจรจาต่อสัญญาสัมปทานสายสีเขียวเป็นบวกต่อ BTS รับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” ราคาเป้าหมายใหม่ 15.10 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2563 (ก.ค.-ก.ย.62) จำนวน 835 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อน แต่ลดลง -6% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อน มาจากเราคาดส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจากบริษัทร่วมที่ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา U City รับรู้การโอนโครงการ JV Sansiri ที่มากกว่าไตรมาสนี้

สำหรับการดำเนินงานหลักยังคงเติบโต 1.ธุรกิจรถไฟฟ้า คาดรายได้จาก O&M เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 843 ล้านบาท (+80% จากปีก่อน) หลังเปิดส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ (สถานีห้าแยกลาดพร้าว) แต่คาดรายได้จากการก่อสร้างสายสีเหลืองและชมพู ลดลงตามความคืบหน้าของงาน

2.ธุรกิจสื่อ คาด VGI จะมีรายได้เติบโตจากปีก่อน และจากไตรมาสก่อน จากธุรกิจบริการด้านดิจิตัลตามการรวมงบ Trans.Ad โดยคาดอัตราส่วนกำไรขั้นต้นปรับขึ้นมาอยู่ที่ 16% จาก 8.9% ในไตรมาส 2/2563 ตามรายได้จากการก่อสร้างที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีสัดส่วนลดลง

*ต่อสัมปทานสายสีเขียวเป็นบวก

ล่าสุด ครม. เศรษฐกิจได้มีการเห็นชอบในหลักการเบื้องต้นสำหรับการต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับ BTS ซึ่งจะเสนอที่ประชุมครม. ต่อไป โดยหลักการเบื้องต้นได้แก่ 1.ต่ออายุสัมปทาน BTS ไปอีก 30 ปี (2572-2602) 2.ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 บาทตลอดสาย และ 3.BTS รับภาระหนี้กทม. มูลค่า 73,000 ล้านบาทไม่รวมดอกเบี้ย ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ ทั้งนี้มีมุมมองที่ดีต่อการเจรจาต่อสัญญาสัมปทาน เนื่องจากเป็นการขยายสัมปทานที่จะหมดลงในปี 2572 นี้

อีกทั้ง จะเป็นการปรับรูปแบบสัญญาจากรับจ้างเดินรถเป็น PPP Net Cost ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม หากไม่เป็นไปตามคาด ก็ไม่กังวลต่อการดำเนินงานของ BTS เนื่องจากยังมีสัมปทานรับจ้างเดินรถสำหรับ Core Network และส่วนต่อขยาย (อ่อนนุช-แบริ่ง, สะพานตากสิน-บางหว้า, แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต – คูคต) ไปจนถึงปี 2585 ซึ่งประเมินรายได้ 6,500 ล้านบาท ในปี 2565/2566

*ราคาเป้าหมายใหม่ 15.10 บาท

เราปรับราคาเป้าหมายใหม่ของ BTS มาที่ 15.10 บาท (SOTP) จากเดิม 13 บาท เพื่อสะท้อน 1.โอกาสการได้ต่อสัญญาสัมปทาน 30 ปี ที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 2.มูลค่าที่เพิ่มจากโครงการมอเตอร์เวย์ M6 และ M81 มูลค่า 0.1 บาทต่อหุ้น และ 3. การปรับมูลค่าที่เหมาะสมของ VGI จากเดิม 9.50 บาท มาที่ 10.70 บาท (BTS ถือหุ้น 66%) ดังนั้น จึงปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ปัจจัยเสี่ยงมาจาก 1.การเจรจาต่อรองเงื่อนไขสัมปทานสายสีเขียวที่ล่าช้าหรือไม่ได้ต่อสัญญาสัมปทาน 2.ความล่าช้าของโครงการต่างๆ 3.สภาวะเศรษฐกิจที่จะกระทบต่อธุรกิจอื่นๆ ของบริษัท