HMPROลุยดีซีไซส์ยักษ์ โกยรายได้เพิ่มQ1ปีหน้า

ทันหุ้น- HMPRO เปิดศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่ 4.5 หมื่นตารางเมตร มูลค่า 2 พันล้าน ชี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเร็ว ลดความเสียหาย พร้อมเปิดให้คู้ค้าเช่าพื้นที่ คาดเริ่มรับรู้รายได้ไตรมาส 1/2563 คาดคืนทุนภายใน6 ปี ส่วนปีนี้มั่นใจรายได้กำไรเติบโตดี

นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์จำกัด(มหาชน) หรือHMPRO เปิดเผยว่าทิศทางการเติบโตของบริษัทปีนี้ด้านรายได้คาดเติบโตได้เล็กน้อยจากปีก่อนที่มีรายได้รวมกว่า66,049 ล้านบาท ขณะที่ด้านกำไรสุทธิในปีนี้คาดว่าจะเติบได้กว่าปีก่อนเช่นกัน ตามการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปรและเมกาโฮมที่เพิ่มขึ้น  รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาใหม่รายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น   รวมถึงการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น

ล่าสุดบริษัทได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติแห่งใหม่ขนาด45,000 ตารามเมตรที่อ.วังน้อยจ.อยุธยามูลค่าการลงทุน2,000 ล้านบาทที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งและกระจายสินค้าไปยังสาขาต่างๆได้รวดเร็วกว่าและร่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าแบบเดิมจาก2 วันเหลือ1 วันในกรุงเทพฯและจาก3 วันเหลือ2 วันในการขนส่งไปต่างจังหวัด

รวมถึงสามารถลดอัตราการเสียหายของสินค้าได้เกือบ100% นอกจากนี้บริษัทจะเปิดให้คู่ค้าของบริษัทที่ปัจจุบันมีกว่า1,000 รายร่วมเช่าพื้นที่เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

คาดเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส1/2563 แต่ยังไม่ได้คาดการณ์ตัวเลขว่าจะอยู่ที่เท่าไหร่ซึ่งคาดว่าหลังจากเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบบริษัทจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา6 ปี(2562-2567)

ปัจจุบันบริษัทมีคลังสินค้าตั้งอยู่ที่อำเภอวังน้อยจ.อยุธยาขนาดพื้นที่รวมกว่า250 ไร่หรือ205,177 ตารางเมตรรองรับร้านค้าได้150 สาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศจากปัจจุบันจำนวนสาขาปัจจุบันของบริษัททั้งหมด111 สาขา

***โบรกให้เป้า18.70 บาท

ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์เคทีบี(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือKTBST คาดว่ากำไรสุทธิHMPRO ปี2562 จะอยู่ที่6.35 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น13% เทียบกับปีที่ผ่านมาจากกำไร9 เดือนแรกปี2562 คิดเป็น70% ของทั้งปีและคาดว่าSSSG จะเพิ่มขึ้นประมาณ3% ในปี2562 ขณะที่มองว่าในไตรมาสที่4/2562 จะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายโดยจะมีการเปิดสาขาMegahomeเพิ่มอีก2 แห่งรวมถึงจะเข้าสู่ช่วงhigh season ในปลายปี

คงคำแนะนำซื้อจากราคาหุ้นได้มีการอ่อนตัวลง4% จากภาวะเศรษฐกิจอ่อนตัวมองเป็นโอกาสเข้าซื้อเพราะในระยะยาวHMPRO ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง ให้ราคาเป้าหมายที่18.70 บาทคิดเป็นPER ปี2563 ที่34 เท่า