BGRIMชนะโซลาร์ลอยน้ำ จับตาความคุ้มค่าทำกำไร

ทันหุ้น– BGRIM  เสนอราคาประมูลโซลาร์ลอยน้ำต่ำสุด 842 ล้านบาท จากราคากลาง 1.86 พันล้านบาท รอ กฟผ.ประกาศอีกครั้ง นักวิเคราะห์ชี้ ต้องติดตามความคุ้มค่าของผลตอบแทน แต่เป็นโครงการ EPC ขนาดเล็ก มีผลต่อโครงสร้างรายได้น้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Hydro-Floating Solar Hybrid)  ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี  ที่จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดบนทุ่นลอยน้ำบนพื้นที่ผิวน้ำเนื้อที่ 450 ไร่  โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบวงเงินลงทุนรวมในโครงการนี้จำนวน  2,265 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 87.53 ล้านหน่วยต่อปี และลดแทนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติได้ปีละ 166 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 เดือน

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)หรือ BGRIM เป็นผู้เสนอราคาประมูลต่ำสุดที่ประมาณ 842 ล้านบาท จากราคากลางที่ประมาณ 1,864.60 ล้านบาท อย่างไรก็ดี  ต้องติดตามการประกาศผลอย่างเป็นทางการจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.  และเข้าสู่กระบวนการลงนามสัญญาต่อไป

ไม่กระทบผลงาน

ด้านบริษัท หลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง การประมูลโครงการดังกล่าวว่า มีมุมมองเป็นกลาง แม้ BGRIM จะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 55% ซึ่งทำให้เกิดคำถามเรื่องความเหมาะสมของผลตอบแทนในการลงทุนโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะการรับงานที่เป็น EPC และขนาดของโครงการเพียง 45 เมกะวัตต์ จัดว่าไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ และไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ BGRIM อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร ติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดบนทุ่นลอยน้ำบนพื้นที่ผิวน้ำเนื้อที่ 450 ไร่ ใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิด Double glass ซึ่งเหมาะสมกับการวางแผงโซลาร์เซลล์ใกล้ผิวน้ำที่มีความชื้นสูงและมีการเคลื่อนไหวของผิวน้ำตลอดเวลา เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า สามารถบริหารจัดการน้ำทั้งเวลากลางวันและกลางคืนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เสริมความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ช่วงกลางคืน

โครงการในแผนPDPเพียบ

ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2018) ได้กำหนดให้มีโครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ กำลังการผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย 1. เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ 2.เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กำลังผลิต 24 เมกะวัตต์ 3.เขื่อนภูมิพล เฟส 1 กำลังการผลิต 158 เมกะวัตต์ 4.เขื่อนภูมิพล เฟส 2 กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ 5.เขื่อนภูมิพล เฟส 3 กำลังการผลิต 320 เมกะวัตต์ 6.เขื่อนศรีนครินทร์ เฟส 1 กำลังการผลิต 140 เมกะวัตต์ 7.เขื่อนศรีนครินทร์เฟส 2 กำลังการผลิต 280 เมกะวัตต์

8.เขื่อนศรีนครินทร์ เฟส 3 กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ 9.เขื่อนวชิราลงกรณ์ เฟส 1 กำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ 10.เขื่อนวชิราลงกรณ์ เฟส 2 กำลังการผลิต 250 เมกะวัตต์ 11.เขื่อนจุฬาภรณ์ กำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ 12.เขื่อนบางลาง กำลังการผลิต 78 เมกะวัตต์ 13.เขื่อนรัชชประภา เฟส 1 กำลังการผลิต 140 เมกะวัตต์ 14.เขื่อนรัชชประภา เฟส 2กำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ 15.เขื่อนสิริกิติ์ เฟส 1 กำลังการผลิต 325 เมกะวัตต์ และ16.เขื่อนสิริกิติ์ เฟส 2 กำลังการผลิต 175เมกะวัตต์