ตลาดปรับฐาน หลังกนง.ลดดอกเบี้ยกระทบตลาดไม่มาก

เป็นไปตามคาดหลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 1.50 % สู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับจากวิกฤตซับไพร์มของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดหุ้นไทยเองก็ไม่ได้ตอบรับกับประเด็นนี้มากนัก เนื่องจากตลาดมีการคาดการณ์มาก่อนหน้าแล้ว ทั้งกลุ่มธนาคาร ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบก็ไม่ราคาตกลงมาก ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์ และอสังหาฯ ที่น่าจะได้ประโยชน์ราคาหุ้นก็ไม่ปรับขึ้นมาก บางตัวปรับลดลงอีกต่างหาก เนื่องจากราคาหุ้นได้มีการเล่นเก็งกำไรกันเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว ผลกระทบจึงเกิดขึ้นไม่มาก

ภาพโดยรวมของตลาดหุ้นไทยตอนนี้ยังคงขับเคลื่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป ย่ำฐานปรับฐานให้แข็งแกร่ง รอคอยปัจจัยสนับสนุนชี้นำใหม่เข้ามา ดัชนียังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ยังมีแรงขายทำกำไรออกมาเมื่อดัชนีมีการปรับตัวขึ้นระดับหนึ่ง โดยมีกรอบระหว่าง 1630-1610 จุด ซึ่งนักลงทุนที่นิยมเล่นเก็งกำไรก็คงพอจะกำหนดกรอบการลงทุนได้เหมือนกันครับ

อย่างไรก็ตามตลาดก็ยังมีความกังวลต่อความผันผวนของ Fund Flow ต่างชาติจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน ที่แม้จจะมีแนวโน้มว่าจะตกลงกันได้ก็ตาม  และความผันผวนจากแรงขาย Sell on Fact ของหุ้นหลังการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62

สำหรับนักวิเคราะห์ในเชิงเทคนิคมีมุมมองต่อตลาดขณะนี้ว่า หากนักลงทุนที่นิยมการเล่นเก็งกำไรก็อาจจะมองกรอบของการเข้าเล่นเก็งกำไรได้บ้างเหมือนกัน แต่อย่างที่เคยเรียนบอกไปว่าการลงทุนในหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูงที่มักเล่นกันตามกระแสข่าวสารที่มีเข้ามาจะมีที่มาหรือไม่ก็ตาม โอกาสที่สุดท้ายแล้วการเล่นแบบเก็งกำไรมักจะไม่ค่อยสร้างผลสำเร็จให้กับนักลงทุนมากนัก  โดยเฉพาะนักเก็งกำไรที่ยังมีประสบการณ์น้อย ดังนั้นนักวิเคราะห์เชิงเทคนิคจึงมีคำแนะนำให้ระวังหากจะเล่นดักจังหวะเก็งกำไรก็ควรจะลดพอร์ตการเก็งกำไรให้น้อยลงเพื่อความคล่องตัวกับการเข้าออกไม่ควรทุ่มสุดตัวนั่นเอง

ดังนั้นการลงทุนในระยะสั้นคงต้องเปิดกรอบการลงทุนให้ชัดเจน สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของตลาดในแต่ละวันให้ทัน เลือกเก็งกำไรหุ้นที่มีพื้นฐาน มีสภาพคล่องมากสักหน่อยจะทำให้เข้าออกได้สะดวกขึ้น ส่วนใครที่จะลงทุนในด้านพื้นฐานก็มองกันระยะกลางถึงยาว ยังน่าสนใจหากดัชนีและราคาหุ้นมีการอ่อนย่อลง ก็น่าสนใจทยอยเก็บสะสมแล้วอดทนรอคอย โดยเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีเช่นกัน ผลประกอบการประกาศออกมาดี มีปันผลโดดเด่น อนาคตมีการเติบโตสดใส และมีปัจจัยบวกในอนาคตรอสนับสนุนอยู่

ภาพของการเคลื่อนไหวตลาดจึงเป็นลักษณะเก็งกำไรกันระยะสั้นในกรอบ Side way  ในหุ้นรายตัว สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเป็นส่วนใหญ่ ไม่ชัดเจนในหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคนที่หวังจะลงทุนช่วงนี้แล้วทำกำไรมากมายคงยาก ต้องเน้นเร็วพอร์ตเบา มีความคล่องตัวในการเข้าออก และต้องติดตามข้อมูลข่าวสารที่มีในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด อาจจะดูว่าทำไมมันยากหรือลำบากจัง ให้ถือเสียว่าเป็นจังหวะที่เราได้ฝึกฝนการลงทุนในหลากหลายรูปแบบ ในหลายสถานการณ์ เพิ่มพูนทักษะการอยู่รอด และสุดท้ายสามารถกอบโกยผลกำไรออกไปจากตลาดทุนให้ได้ครับ

อย่างไรก็ตามแม้ตลาดจะออกอาการโอนไปเอนมา แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องปรับตัวเข้าสู่พื้นฐานของหุ้นที่ควรจะเป็น ดังนั้นเวลานี้นักลงทุนจำต้องมีความหนักแน่น ไม่จิตตกไปตามภาวะของตลาด และไม่ใช่การสู้สวนกระแส แต่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับการแปรเปลี่ยนเคลื่อนไหวของตลาด แม้จะเป็นเรื่องที่ปฎิบัติได้ยากก็ตาม แต่ก็ต้องฝ่าฟันกันไปให้ได้ครับ

สุดท้ายนี้ พลาดไม่ได้กับกิจกรรมเลือกเฟ้นหาหุ้นลงทุน ไปกับ ทริป Stock Focus On Tour  ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23-24 พ.ย. นี้ บนเขาค้อ ที่เรานักลงทุนจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยน มุมมองความคิดเรื่องของการลงทุน และการแสวงหากำไรออกไปจากตลาดหุ้นอย่างมั่นคงได้อย่างไร โทรเลย 061-7486622 หรือ 083-0365697