IPตะลึงรายใหญ่ต้นทุน0.50บ. 40ล้านหุ้นพร้อมขายทุกราคา

ทันหุ้น – กระชากความจริงที่ถูกมองข้าม หุ้นน้องใหม่ IP ถอดหน้ากากเปิดเกมก่อนเข้าตลาดขายหุ้นกับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ราคาสุดถูกเพียง 0.50 บาทต่อหุ้น   แถมไม่ติดไซเร้นท์ พีเรียด ถึง 40 ล้านหุ้น ทั้งๆ ที่หุ้น IPO ขาย 46 ล้านหุ้น ระวังอาจถูกขายทิ้งได้ทุกราคา ล่าสุดกลุ่มรายใหญ่ ฟันกำไรแล้ว 1,700% ขณะที่โบรกให้เป้าแค่ 7.70 บาท

เปิดความจริงที่นักลงทุน “ต้องคำนึง” กับ การเข้าตลาดของหุ้นน้องใหม่ “บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)” หรือ IP ที่อาจจะถูกรายใหญ่ถล่มได้ทุกราคา

IP ดำเนินงานธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ชะลอวัย และนวัตกรรมความงามสำหรับคน สัดส่วนรายได้ 71% และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ สัดส่วนรายได้ 29%

ถือเป็นหุ้นไซด์เล็กมีทุนชำระเพียง 103 ล้านบาท หุ้นสามัญทั้งสิ้น 206 ล้านหุ้น เข้าตลาดด้วยการขาย IPO เพียงจำนวน 46 ล้านหุ้น ราคาจอง 7 บาท เปิดตลาดที่ 7.50 บาท ก่อนถูกไล่ราคาขึ้นไปสูงสุดที่ 9.50 บาท

ทั้งไฟลิ่งและบทวิเคราะห์ของ “บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)” ได้ระบุประเด็นที่น่าสนใจและนับเป็นความเสี่ยงที่ต้องคำนึง ว่า ก่อนที่ IP จะขาย IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ได้มีการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับกลุ่มนักลงทุนในปี 2560 จำนวน 47.7ล้านหุ้น ที่ราคาพาร์ 0.50 บาท เท่านั้น!!

ประกอบด้วย , นายภาววิทย์ กลิ่นประทุม , นางสาวสุวิสา หวังบำรุงศักดิ์ , นายธำรงชัย เอกอมรวงศ์ , นายสมพล ฤกษ์วิบูลย์ศรี , นางสาวบุศรา ศรีรุ่งเรือง , นางสาวพรพิมล ตั้งกิติเสถียร , นายเสริมยุทธ แย้มเกตุ , นายคเชนทร์ เบญจกุล , นายชูรัชฎ์ ชาครกุล

โดยนักลงทุนเหล่านี้ยินยอมที่จะเข้าเกณฑ์หุ้นที่ถูกห้ามขาย (silent period) จำนวนเพียง 7.1 ล้านหุ้นเท่านั้น!!!

นั้นหมายความว่า ในการเข้าตลาดครั้งนี้ นักลงทุนที่เข้าไปใหม่สามารถขายหุ้นที่ถืออยู่ได้ถึง 40.6 ล้านหุ้น ซึ่งไล่เลี่ยกับปริมาณหุ้นที่ขายไอพีโอ ทั้งหมด 46 ล้านหุ้น

หากคิดจากต้นทุนที่ 0.50 บาท เปรียบเทียบกับราคาปิดวันแรกที่ 9 บาท นั้นหมายความว่า นักลงทุนทั้ง 9 ราย จะมีกำไรถึง 1,700% ซึ่งนั้นก็สูงเพียงพอให้ขายได้ เพียงแต่ว่าจะมีผู้มารับแค่ไหน?

ท่ามกลางธุรกิจที่ดำเนินอยู่ยังมีคำถามถึงความนิยม แม้ว่าจะชูว่าเป็นเมกะเทรนด์ก็ตาม

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ได้ออกบทวิเคราะห์ให้เป้าของ IP  ในปี 2563 ที่ราคา 7.70 บาท โดยระบุว่า โดยผลิตภัณฑ์ของ IP อยู่ในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากการที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจด้านสุขภาพและดูแลภาพลักษณ์มากขึ้น รวมถึงแนวโน้มตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตขึ้น

ขณะที่ IP สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ประสบความสำเร็จ อยู่ในกระแสความนิยมของผู้บริโภค เช่น Probac7, PreBo และ Multivitamin เป็นต้น

ส่งผลให้เราประเมินว่ารายได้ในปี 2562-2563 จะยังเติบโตสูงเฉลี่ย 23% ต่อปี จากผลบวกของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งนี้ เราประเมินกำไรสุทธิปี 2562-2563 ที่ 46 ล้านบาท และ 66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +57% และ +45% ตามลำดับ

นอกจากนั้น คาดว่า SG&A/Sale จะปรับตัวลดลงเหลือ 38.1% จากปี 2562 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 41.3% และปี 2561 ที่ 47.3% จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่จะลดลงมาก โดยจะเน้นทำรูปแบบ online มากขึ้น ทั้งนี้ เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 7.70 บาท ด้วย PER ที่ 24 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน อย่าง APCO , BEAUTY ,DOD , KAMART , MEGA