SPRCธันวาคมเริ่มฟื้น ปีหน้ารับเต็มกำไรบาน

ทันหุ้น— ผู้บริหาร SPRC ส่งสัญญาณฟื้นตั้งแต่เดือนธันวาคม และชัดเจนในปี 2563  จ่ออัพกำลังผลิตใหม่ 1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน  แถมมีมาตรการ IMO หนุน ส่วนค่าการกลั่นค่าเฉลี่ยปี2563 อยู่ที่ราว 5-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  โบรกคาดปีหน้า กำไรโตกว่า1,487% ชอบพื้นฐานแกร่ง

นายวิชัย ชุณหสมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายการเงินและการคลัง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เปิดเผยว่า คาดผลประกอบการจะเริ่มเทิร์นอะราวด์ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปี 2562 และเริ่มเห็นการฟื้นตัวเต็มปีในปี2563

ทั้งนี้  การปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่  เริ่มปิดซ่อมบำรุงไปตั่งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ใช้ระยะเวลาราว 45 วัน และกลับมาเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2562 ส่งผลให้ในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นนั้นกำลังการกลั่นจะลดลงไปกว่า 50%

นายวิชัยกล่าว่า บริษัทเตรียมเดินเครื่องในการเพิ่มกำลังการผลิตในหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ (CrudeDistillation Unit – CDU) และหน่วยผลิตปลายน้ำอื่น ๆอีก 10,000 บาร์เรลต่อวัน จาก165,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 175,000 บาร์เรลต่อวัน  ในช่วงกลางเดือนธันวาคม โดยโครงการนี้จะให้ผลตอบแทน20-25% ของเงินลงทุน

ขณะที่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นอีกจำนวน 23 โครงการ  จะทำให้โรงกลั่นของบริษัทมีความยืดหยุ่นต่อการกลั่นน้ำมันดิบที่มาจากหลายแหล่งการผลิตได้ ส่งผลให้ต้นทุนลดลง คาดว่าสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ราว 15%  อย่างไรก็ดีการลงทุนทั้ง3 โครงการใหญ่ยังคงเป็นไปตามงบประมาณที่วางไว้ 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

ส่วนภาพรวมค่าการกลั่นคาดว่า  ทยอยฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยไตรมาส 3/2562 ค่าการกลั่นไม่รวมขาดทุนจากสต็อคน้ำมันอยู่ที่ 5.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ระดับ 2-3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนปีหน้าคาดว่า อยู่ในระดับที่ดี ราว 5-7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ผ่านมา โดยค่าการกลั่นในปีหน้าจะได้รับปัจจุบันหนุนจากมาตราการ IMO  ที่กำหนดให้เรือเดินสมุทรใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ 0.5% จากเดิม 3.5% เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการเดินเรือสมุทร ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยช่วงสนับสนุนค่าการกลั่นด้วย

โบรกส่องปีหน้ากำไรโต

ด้านบริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึงSPRC มองข้ามไปปี 2563 คาดผล/ประกอบการจะ Turnaround หนุนจาก กำลังผลิตเพิ่มขึ้น อีก 10kbd เป็น 175kbd อีกทั้ง อัตราการผลิตกลับสู่ระดับปกติที่เฉลี่ย 97% รวมไปถึง ค่าการกลั่นสูงขึ้น จากปีก่อน จากการเริ่มบังคับใช้มาตรการ IMO และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง 154 ล้านเหรียญฯ หรือราว 4.7 พันล้านบาท หลังเสร็จสิ้นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นงบไตรมาส 4/2562 ยังอ่อนแอ คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี เพราะ เข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงใหญ่ 45 วัน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562 ทำให้คาดว่าอัตราการผลิตลดลงเหลือ 50% อีกทั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจำนวน 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ US$8.3ต่อบาร์เรล (เมื่ออ้างอิงอัตราการผลิตที่ 50%) ทำให้ประเมินว่าไตรมาส 4/2562  ต้องมีค่าการกลั่นสูง US$14ต่อบาร์เรล จึง Break-even ทำให้คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-2563 ที่ 280 ล้านบาท ลดลง -88%  และ 4.4 พันล้านบาท เติบโต 1,487% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ

โดยทางพื้นฐานชอบ SPRC จากจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ-ความน่าเชื่อถือที่อยู่ระดับสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E ต่ำ 0.5x และทิศทางกำไรปี 2563 จะ Turnaround อย่างไรก็ตาม คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 9.70 บาท เนื่องจากคาดว่าระยะสั้นหุ้นน่าจะ Overhang จากทิศทางงบ ไตรมาส 4/2562ที่อ่อนแอมาก เชิงกลยุทธ์รอจังหวะเข้าลงทุนหลังผ่านงบปี 2562 ไปก่อน หรือมี Margin of safety มากกว่านี้