TNPขายสินค้าไฮมาร์จิ้นอัพกำไร โชว์ผลงาน9เดือนพุ่งแรง24.38%

ทันหุ้น – TNP แม่ทัพหญิง”อมร พุฒิพิริยะ” แย้มเตรียมขายสินค้าไฮมาร์จิ้นอัพกำไร อวดผลงาน 9 เดือนแรกกวาดกำไรเข้ากระเป๋า 56.22 ล้านบาท พุ่งขึ้น 24.38% ส่วนรายได้อยู่ที่ 1.44 พันล้านบาท แย้มโค้งท้ายของปีผลงานไฉไล เข้าไฮซีซั่นฤดูจับจ่ายใช้สอย และการท่องเที่ยวหนุน โบรกเคาะราคา 2.56 บาท

นางอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2562 บริษัทมีรายได้จากการขายและการบริการจำนวน 484.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันกับปีก่อนจำนวน 43.78 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 9.94% ส่วนงวด 9 เดือนบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 1.44 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันกับปีก่อนจำนวน 156.79 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 12.13% โดยการเติบโตมาจากการเติบโตของยอดขายและการขยายสาขาของบริษัท

ขายสินค้าไฮมาร์จิ้น

ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 19.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันกับปีก่อนจำนวน 3.79 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 24.30% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 3.96% และสำหรับงวด 9 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 56.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันกับก่อนจำนวน 11.02 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 24.38% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 3.85%

ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผน และเตรียมนำเสนอคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ภายในต้นเดือนธันวาคม เบื้องต้นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจจะมาจากการขยายสาขาและการนำสินค้ามาร์จิ้นสูงเข้ามาจำหน่าย ปัจจุบันสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าเบ็ดเตล็ด ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มเบ็ดเตล็ดมากขึ้นเป็น 10% ภายในปี 2563 จากปีนี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 5%

พร้อมกันนี้บริษัทจะผลักดันมาร์จิ้นในปี 2563 ให้เติบโตเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 15% จากปีนี้คาดอยู่ที่ระดับ 14% ซึ่งมาร์จิ้นของบริษัทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นปีแรก ขณะนั้นมีมาร์จิ้นอยู่ที่ 12%

ลุยขยายสาขาต่อเนื่อง

ส่วนแผนการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 1 สาขา ภายในเดือนธันวาคม ส่วนอีก 1 สาขา บริษัทจะเลื่อนไปเปิดในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งหากเปิดสาขาครบตามแผน จะทำให้บริษัทมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 29 สาขา จากปัจจุบันที่ 27 สาขาบริษัทประเมินภาพรวมยอดขายทั้งปี มีโอกาสจะเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายที่ 10-15% จากปีก่อนที่ 1.77 พันล้านบาท

ด้านนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังปี 2562 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ประกอบกับได้แรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกทั้งหมดราว 4 สาขา สู่ทั้งหมด 29 สาขา ณ สิ้นปี ซึ่งเป็นแผนของบริษัทที่จะเปิดสาขาเพิ่มทั้งหมดในปีนี้ 5 สาขา โดยเปิดไปแล้ว 1 สาขา เมื่อไตรมาสที่ผ่านมา

ดังนั้นเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.56 บาท ปัจจุบัน PE อยู่ที่ระดับ 21 เท่า ขณะที่ประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE ณ ระดับ ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ที่ 25 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 31 เท่า และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 2562 ราว 0.10 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.56 บาท ซึ่งมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบัน จึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ”